การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
6299
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2555/01/19
 
รหัสในเว็บไซต์ fa9731 รหัสสำเนา 20964
คำถามอย่างย่อ
มีฮะดีษจากอิมามอลี(อ.)บทหนึ่งกล่าวถึงมัสญิดญัมกะรอนและภูเขานบีคิเฎร ซึ่งปรากฏในหนังสืออันวารุ้ลมุชะอ์ชิอีน ถามว่าฮะดีษบทนี้เชื่อถือได้เพียงใด และนับเป็นอภินิหารของท่านหรือไม่?
คำถาม
อัสลามุอลัยกุม ดิฉันเห็นฮะดีษต่อไปนี้ในบางเว็บไซต์ ซึ่งอ้างอิงจากหนังสืออันวารุลมุชะอ์ชิอีน อยากทราบเนื้อหาตั้งแต่แรกจนจบของฮะดีษนี้แต่ไม่สามารถจะหาอ่านได้ กรุณานำเสนอฮะดีษทั้งบทด้วยค่ะ ฮะดีษนี้มีอยู่ว่า :
ในหนังสือคุลาเศาะตุลบุลดาน รายงานจากหนังสือมูนิสุ้ลฮะซีน (ประพันธ์โดยเชคเศาะดู้ก) รายงานจากอิมามอลีด้วยสายรายงานที่เศาะฮี้ห์ว่า ท่านปรารภกับฮุซัยฟะฮ์ว่า “โอ้บุตรของยะมานี ในระยะแรกของการปรากฏกาย กออิมแห่งอาลิมุฮัมมัดจะเริ่มต่อสู้จากเมืองที่เรียกว่า “กุม” และเชิญชวนผู้คนสู่สัจธรรม ชาวโลกทั้งตะวันออกและตะวันตกจะหลั่งใหลสู่เมืองนี้ อิสลามจะได้รับการชุบชีวิต โอ้บุตรของยะมานี แผ่นดินดังกล่าวศักดิ์สิทธิ์ ปลอดจากความโสมม ขนาดของนครนี้คือเจ็ดฟัรซัคคูณแปดฟัรซัค ธงชัยของเขาจะปักลงที่ภูเขาสีขาว (ล่าสุดกล่าวกันว่าภูเขานบีคิเฎรคือภูเขาสีขาวดังกล่าว) ณ หมู่บ้านเก่าแก่ใกล้มัสญิดและราชวังเก่าแก่ของพวกโซโรแอสเตอร์ที่เรียกกันว่าญัมกะรอน เขาจะย่างก้าวออกจากใต้หออะซานมัสญิดดังกล่าว ใกล้กับอดีตที่ตั้งของสถานบูชาไฟ...”
ฮะดีษนี้ต้องการจะบอกว่ามัสญิดญัมกะรอนมีความสำคัญอย่างยิ่ง และเป็นอีกหนึ่งศูนย์บัญชาการของอิมามมะฮ์ดี ดังที่มัสญิดซะฮ์ละฮ์จะเป็นศูนย์กลางการบริหารของท่านในอนาคต มัรฮูมคอทูซิยอนได้อธิบายฮะดีษข้างต้นอย่างละเอียด ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าฮะดีษที่เกี่ยวกับวีรกรรมมักไม่จำเป็นต้องตรวจสอบสายรายงานนัก เพราะว่ามีแต่บรรดามะอ์ศูมีนเท่านั้นที่จะหยั่งรู้อนาคตเนื่องจากเชื่อมต่อกับแหล่งความรู้แห่งวะฮีย์ เห็นได้จากการที่ในสมัยที่ท่านอิมามอลีเล่าเรื่องดังกล่าว ชาวฮิญาซและอิรัก ซึ่งน้อยคนนักที่จะเคยได้ยินชื่อเมืองกุม อิมามจึงมักต้องอธิบายว่ากุมอยู่ใกล้กับเมือง”เรย์”เพื่อให้สาวกทราบพิกัดของเมือง เพราะฉะนั้น คิดว่าในยุคนั้นคงไม่มีชาวฮิญาซคนใดรู้จักหมู่บ้านญัมกะรอนในเมืองกุม
คำตอบโดยสังเขป

แม้จะไม่สามารถปฏิเสธฮะดีษดังกล่าวอย่างสิ้นเชิง แต่ต้องทราบว่าหนังสือที่บันทึกฮะดีษนี้ล้วนประพันธ์ขึ้นหลังยุคอิมามอลีถึงกว่าพันปี หนังสือรุ่นหลังอย่างอันวารุลมุชะอ์ชิอีนก็รายงานโดยปราศจากสายรายงาน โดยอ้างถึงหนังสือของเชคเศาะดู้ก (มูนิสุ้ลฮะซีน) ซึ่งนอกจากจะหาอ่านไม่ได้แล้ว ยังมีการตั้งข้อสงสัยกันว่าหนังสือดังกล่าวเป็นผลงานของเชคเศาะดู้กจริงหรือไม ด้วยเหตุนี้ ในทางวิชาฮะดีษจึงไม่สามารถใช้ฮะดีษดังกล่าวอ้างอิงในแง่ฟิกเกาะฮ์ ประวัติศาตร์ เทววิทยา ฯลฯ ได้เลย

คำตอบเชิงรายละเอียด

สายรายงานของฮะดีษที่คุณอ้างมาปรากฏชื่อหนังสือดังต่อไปนี้ตามลำดับ อันวารุลมุชะอ์ชิอีน, คุลาเศาะตุ้ลบุลดาน และมูนิสุ้ลฮะซีน เพื่อให้เข้าใจฮะดีษอย่างถ่องแท้ เราขอวิจารณ์หนังสือเหล่านี้พอสังเขปแล้วจึงหาข้อสรุปในตอนท้าย

1. หนังสืออันวารุลมุชะอ์ชิอีน ฟีบะยานิ ชะรอฟะติ กุม วัลกุมียีนมีสามเล่ม เขียนเป็นภาษาฟารซี มีเนื้อหาเล่าประวัติความเป็นมาของเมืองกุม และชีวประวัติของวงศ์วานนบี ตลอดจนนักรายงานฮะดีษที่พำนักอยู่ในเมืองนี้ เขียนขึ้นเมื่อราวๆร้อยปีก่อน และพิมพ์ที่อิหร่านเป็นครั้งแรก

2. หนังสือคุลาเศาะตุ้ลบุลดานเขียนไว้ประมาณสามร้อยปีก่อน มีเนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตตร์เมืองกุม และถือเป็นแหล่งอ้างอิงของหนังสือเล่มก่อน

3. หนังสือมูนิสุ้ลฮะซีนมีการอ้างว่าเป็นผลงานของเชคเศาะดู้ก ซึ่งก็อาจหมายถึงอบูญะฟัร มุฮัมมัด บิน อลี บิน บาบะวัยฮ์ เสียชีวิตเมื่อราวๆพันปีก่อน ฮะดีษที่ถามมาก็อ้างถึงหนังสือเล่มดังกล่าว
แต่ต้องชี้แจงว่าผู้รู้ที่มีชื่อเสียงของชีอะฮ์อย่างเชคฏูซีและนะญาชีซึ่งเคยเขียนหนังสือในเชิงบรรณารักษ์ศาสตร์ไว้ กล่าวถึงเชคเศาะดู้กและผลงานของท่านโดยมิได้เอ่ยถึงหนังสือชื่อมูนิสุ้ลฮะซีนเลย ผู้รู้ในหลายศตวรรษต่อมาอาทิเช่น อิบนิ ชะฮ์รอชู้บ และ อิบนิฏอวู้สก็มิได้กล่าวถึงหนังสือเล่มดังกล่าวเลย

อย่างไรก็ดี ในหนังสือมะนากิบของอิบนิชะฮ์รอชู้บ มีฮะดีษหนึ่งรายงานจาก มูนิสุ้ลฮะซีน ซึ่งเขาระบุว่าผู้เขียนคือ มุฮัมมัด ฟัตตาล มิไช่เชคเศาะดู้ก
ที่ยิ่งไปกว่าการระบุว่าใครคือผู้เขียนหนังสือดังกล่าวก็คือ การที่ไม่มีหนังสือดังกล่าวหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ทำให้นักวิชาการไม่สามารถจะนำมาศึกษาและวิจัยสายรายงานของฮะดีษดังกล่าวได้

จากที่กล่าวมาทั้งหมด ต้องทำความเข้าใจเบื้องต้นว่า

1. ฮะดีษนี้พบได้เพียงในหนังสืออันวารุลมุชะอ์ชิอีนเท่านั้น ซึ่งก็เขียนไว้ในศตรรษนี้ กล่าวได้ว่าฮะดีษในหนังสือเล่มนี้หากไม่มีแหล่งอ้างอิงอื่นประกอบ ย่อมจะขาดความน่าเชื่อถือ
2. แม้ตำราประมวลฮะดีษชุดใหญ่อย่างบิฮารุลอันว้ารซึ่งรวบรวมฮะดีษอย่างครบครัน มิได้กล่าวถึงฮะดีษบทดังกล่าว
3. ยังมีข้อสงสัยว่าหนังสือมูนิสุ้ลฮะซีนเป็นผลงานของเชคเศาะดู้กจริงหรือไม่
4. สมมุติว่าหนังสือเล่มดังกล่าวเป็นผลงานของท่านจริง แต่ต้องทราบว่าระยะห่างระหว่างหนังสือคุลาเศาะตุ้ลบุลดานที่เป็นแหล่งอ้างอิงของอันวารุลมุชะอ์ชิอีน กับหนังสือมูนิสุ้ลฮะซีนนั้น มีมากกว่าเจ็ดร้อยปี โดยไม่มีการระบุว่าอ้างอิงผ่านใครบ้าง
5. หนังสือยุคหลังเท่านั้นที่อ้างว่าฮะดีษดังกล่าวมีสายรายงานเศาะฮี้ห์ ในขณะที่ฮะดีษดังกล่าวไม่มีสายรายงานให้ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องนี้
6. แม้หากตำราที่มีชื่อเสียงอย่างกุตุ้บอัรบะอะฮ์(ที่ประพันธ์ขึ้นในยุคที่ไม่ห่างจากยุคอิมามมากนัก)จะรายงานฮะดีษโดยไม่ระบุสายรายงาน นักวิชาการก็มักจะไม่นำฮะดีษประเภทนี้มาใช้วินิจฉัยปัญหาศาสนา นอกจากจะมีเบาะแสที่พิสูจน์ความน่าเชื่อถือได้เท่านั้น นับประสาอะไรกับฮะดีษที่มีบันทึกในหนังสือที่เขียนขึ้นหลังจากอิมามเป็นพันปี โดยที่ไม่อ้างอิงไปยังตำราที่น่าเชื่อถือและพิสูจน์ได้

ด้วยเหตุปัจจัยที่กล่าวมาสามารถสรุปได้ว่า ในทางวิชาฮะดีษแล้ว ไม่สามารถจะนำฮะดีษดังกล่าวไปใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ นิติศาสตร์ หรือเทววิทยาอิสลามได้ คุณไม่สามารถพบเห็นหนังสือเชิงวิเคราะห์ที่มีขื่อเสียงเล่มใดที่พิสูจน์ทฤษฎีของตนด้วยฮะดีษประเภทนี้
แต่อย่างไรก็ดี เราก็ไม่อาจจะปฏิเสธฮะดีษดังกล่าวโดยสิ้นเชิง จึงขอสรุปปิดท้ายดังนี้ว่า

1. เราไม่พบตัวบทฉบับสมบูรณ์ของฮะดีษนี้
2. เราจะใช้ฮะดีษนี้พิสูจน์อภินิหารของอิมามอลี(.)ได้ก็ต่อเมื่อพบฮะดีษดังกล่าวในหนังสืออื่นๆที่มิไช่หนังสือที่เขียนขึ้นในปัจจุบันเท่านั้น
3. ในบางกรณี เราสามารถใช้ฮะดีษประเภทนี้เป็นตัวเสริมความน่าเชื่อถือของเนื้อหาของฮะดีษอื่นๆได้

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ชะตากรรมของเหล่าภรรยาท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) หลังจากเหตุการณ์กัรบะลาอฺเป็นอย่างไรบ้าง?
    6264 تاريخ بزرگان 2554/12/21
    ท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) มีภรรยาทั้งสิ้น 5 คน, นักประวัติศาสตร์บางท่านจำนวนบุตรของท่านท่านอิมาม (อ.) ที่เกิดจากภรรยาเหล่านี้มีจำนวน 6 คนหรือบางคนกล่าวว่ามีมากกว่า
  • บาปใหญ่จะได้รับการอภัยหรือไม่?
    15656 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/21
    บาปใหญ่คือบาปประเภทที่กุรอานหรือบทฮะดีษแจ้งว่าจะต้องถูกสำเร็จโทษ(แต่ก็ยังมีสิ่งชี้วัดอื่นๆที่บ่งบอกถึงบาปใหญ่) ทั้งนี้การฝืนกระทำบาปเล็กซ้ำหลายครั้งก็ทำให้บาปเล็กกลายเป็นบาปใหญ่ได้เช่นกันอย่างไรก็ดีอัลลอฮ์ได้ทรงให้สัญญาในกุรอานว่าจะทรงอภัยโทษบาปทุกประเภทโดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องเตาบะฮ์อย่างถูกต้องเสียก่อนเตาบะฮ์ในกรณีสิทธิของอัลลอฮ์หมายถึงการชดเชยอะมั้ลอิบาดะฮ์ที่เคยงดเว้นประกอบกับการกล่าวอิสติฆฟารอย่างบริสุทธิใจส่วนเตาบะฮ์ในกรณีสิทธิของมนุษย์หมายถึงการกล่าวอิสติฆฟารคืนสิทธิแก่ผู้เสียหายและขอให้คู่กรณียกโทษให้ ...
  • วะฮฺยูคืออะไร ประทานลงมาแก่ศาสดาอย่างไร
    18224 อัล-กุรอาน 2553/10/21
    วะฮฺยู (วิวรณ์) "ในเชิงภาษาความถึง การบ่ชี้อย่างรวดเร็ว ซึ่งอาจเป็นไปได้ที่เป็นชนิดหนึ่งของคำ หรือเป็นรหัสหรืออาจเป็นเสียงอย่างเดียวปราศจากการผสม หรืออาจเป็นการบ่งชี้และสิ่งที่คล้ายคลึงกัน ความหมายและการนำไปใช้ที่แตกต่างกันของคำนี้ในพระคัมภีร์กุรอาน ทำให้เราได้พบหลายประเด็นที่สำคัญ : อันดับแรก วะฮฺยูไม่ได้เฉพาะพิเศษสำหรับมนุษย์เท่านั้น ทว่าหมายรวมถึงพืช สัตว์ และสิ่งไม่มีชีวิตอื่นด้วย .... (วะฮฺยู เมื่อสัมพันธ์ไปยังสิ่งมีชีวิตก็คือ การชี้นำอาตมันและสัญชาติญาณ หรือเรียกอีกอย่างว่าเป็นการชี้นำในเชิงตักวีนีของพระเจ้า เพื่อชี้นำพวกเขาไปยังเป้าหมายของพวกเขา) แต่ระดับชั้นที่สูงที่สุดของวะฮฺยู เฉพาะเจาะจงสำหรับบรรดาศาสดา และหมู่มวลมิตรของพระองค์เท่านั้น ซึ่งจุดประสงค์ในที่นี้หมายถึง การดลความหมายนบหัวใจของท่านศาสดา (ซ็อล ฯ) หรือการสนทนาของพระเจ้ากับท่านเหล่านั้น บทสรุปก็คือโดยหลักการแล้วการดลอื่นๆ ...
  • ในอายะฮ์ "وَمَنْ عَادَ فَینتَقِمُ اللّهُ مِنْهُ وَاللّهُ عَزِیزٌ ذُو انْتِقَامٍ"، สาเหตุของการชำระโทษคืออะไร
    6081 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/05
    อายะฮ์ที่ได้ยกมาในคำถามข้างต้นนั้นเป็นอายะฮ์ที่ถัดจากอายะฮ์ก่อนๆในซูเราะฮ์อัลมาอิดะฮ์ซึ่งมีเนื้อหาว่าการล่าสัตว์ขณะที่กำลังครองอิฮ์รอมถือเป็นสิ่งต้องห้ามในที่นี่อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ได้กล่าวว่าผู้ใดที่ได้ละเมิดขอบเขตของอัลลอฮ์ (ซ.บ.) กล่าวคือไม่ยี่หระสนใจเกี่ยวกับข้อห้ามในการล่าสัตว์ในขณะที่ครองอิฮ์รอมอยู่โดยได้ล่าสัตว์ขณะที่กำลังทำฮัจญ์  อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ก็จะชำระโทษพวกเขาดังนั้นสาเหตุของการชำระโทษในที่นี้ก็คือการดื้อดึงที่จะทำบาปนั้นเอง[1]ใครก็ตามที่ได้กระทำสิ่งต้องห้าม (ล่าสัตว์ขณะครองอิฮ์รอม) พระองค์ย่อมจะสำเร็จโทษเขาอายะฮ์ดังกล่าวต้องการแสดงให้เห็นว่าบาปนี้เป็นบาปที่ใหญ่หลวงถึงขั้นที่ว่าผู้ที่ดื้อแพ่งจะกระทำซ้ำไม่อาจจะชดเชยบาปดังกล่าวได้ในอันดับแรกสามารถชดเชยบาปได้โดยการจ่ายกัฟฟาเราะฮ์และเตาบะฮ์แต่ถ้าหากได้กระทำบาปซ้ำอีกอัลลอฮ์จะชำระโทษผู้ที่ฝ่าฝืนเนื่องจากพระองค์ทรงเป็นผู้มีชัยและเป็นจ้าวแห่งการชำระโทษและสำนวนอายะฮ์นี้แสดงให้เห็นว่าบาปดังกล่าวเป็นบาปที่ใหญ่หลวงสำหรับปวงบ่าวนั่นเอง[2]คำถามนี้ไม่มีคำตอบเชิงรายละเอียด[1]มัฆนียะฮ์, มุฮัมหมัดญะวาด
  • ชาวสวรรค์และชาวนรกมีอายุราวๆกี่ปี?
    14603 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/19
    ความเปลี่ยนแปลงทางสรีระตามอายุขัยถือเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับโลกนี้ ทว่าในโลกหน้าโดยเฉพาะในสวรรค์ เราไม่อาจจะมโนภาพว่ามนุษย์จะมีรูปร่างหน้าตาที่แตกต่างกันในลักษณะที่บางกลุ่มเป็นเด็ก บางกลุ่มอยู่ในวัยกลางคน บางกลุ่มเป็นคนชราได้ แม้สมมุติว่าเราจะเชื่อว่าโลกหน้ายังเป็นโลกแห่งวัตถุ แต่ความแตกต่างในแง่อายุขัยอย่างที่เราเคยชินในโลกนี้ย่อมไม่เกิดขึ้นในโลกหน้าอย่างแน่นอน มีฮะดีษระบุว่าผู้ที่จะเข้าสรวงสวรรค์จะกลายเป็นวัยรุ่นที่มีรูปลักษณ์อันงดงาม یدخلون الجنة شبابا منورین و قال إن أهل الجنة جرد مرد مکحلون
  • การกระทำใดบ้างที่ส่งผลให้คนเราแลดูสง่ามีราศี?
    5460 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/28
    ในมุมมองของอิสลามความสง่างามแบ่งได้เป็นสองประเภทอันได้แก่ความงดงามภายนอกและภายใน.ปัจจัยที่สร้างเสริมความสง่างามภายในตามที่ฮะดีษบ่งบอกไว้ก็คือความอดทนความสุขุมความยำเกรง...ฯลฯ
  • เกี่ยวกับวิลายะฮฺที่มีเหนือมุอฺมิน ซึ่งอยู่ในอำนาจของอะอิมมะฮฺ, ท่านมีทัศนะอย่างไร?
    4944 دانش، مقام و توانایی های معصومان 2555/01/23
    คำตอบของท่านอายะตุลลอฮฺ มะฮฺดี ฮาดะวี เตหะรานนี (ขออัลลอฮฺทรงคุ้มครอง) มีรายละเอียดดังนี้ :บรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.) มีวิลายะฮฺทั้งวิลายะฮฺตักวีนีและตัชรีอียฺเหนือบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย แต่การปฏิบัติวิลายะฮฺขึ้นอยู่กับความเหมาะสม ...
  • เพราะเหตุใดท่านศาสดา (ซ็อลฯ) จึงไม่ลงโทษบรรดาพวกกลับกลอกเสียตั้งแต่แรก ทั้งที่ทราบถึงแผนการ การก่อกรรมชั่วของพวกเขาเป็นอย่างดี? ขณะที่ท่านคิเฎรสังหารเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ด้วยเหตุผลที่ว่าเมื่อโตขึ้นเขาจะก่อความเสียหาย?
    5550 رفتار با پیروان 2555/08/22
    ถ้าหากท่านเราะซูล (ซ็อลฯ) สังหารพวกเขาตั้งแต่วันนั้นให้หมดไป ก่อนที่แผนการของพวกเขาจะถูกปฏิบัต และวันนี้ก็จะไม่มีคำพูดว่า แล้วทำไมท่านศาสดา (ซ็อลฯ) ก่อนที่จะดำเนินการไม่ประณาม หรือไม่ตักเตือนพวกเขาเสียก่อน ทำไมไม่ให้โอกาสพวกเขา บางทีพวกเขาอาจเปลี่ยนแปลงก็ได้ นอกจากนั้นแล้วท่านศาสดา (ซ็อลฯ) มีหน้าที่ปฏิบัติไปตามกฎภายนอก และท่านมิได้รับอนุญาตจากอัลลอฮฺให้ทำการเข้มงวดกับบุคคลที่เป็นผู้กลับกลอก หรือปฏิบัติกับพวกเขาโดยความเข้มงวดอย่างเปิดเผย ดั่งที่บางตอนของคำเทศนาเฆาะดีรได้กล่าวว่า »ขอสาบานต่ออัลลอฮฺว่า วัตถุประสงค์ของอัลลอฮฺ จากโองการดังกล่าวคือ เซาะฮาบะฮฺกลุ่มหนึ่ง ซึ่งท่านรู้จักทั้งนามและสถานภาพของเขา, แต่ท่านมีหน้าที่ปกปิดพวกเขาไปตามสภาพ« ...
  • อะฮ์ลิสซุนนะฮ์จะต้องเชื่อเช่นไรจึงจะถือว่าเป็นชีอะฮ์แล้ว?
    5598 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/11/09
    ชีอะฮ์และซุนหนี่มีความเชื่อและหลักปฏิบัติที่คล้ายคลึงกันมากมายอาจมีบางประเด็นที่เห็นต่างกันข้อแตกต่างสำคัญระหว่างชีอะฮ์กับซุนหนี่ก็คือประเด็นปัญหาเกี่ยวกับหลักอิมามัตและภาวะผู้นำของบรรดาอะฮ์ลุลบัยต์ของนบี(ซ.ล.) พี่น้องซุนหนี่จะรับสายธารชีอะฮ์ได้ก็ต่อเมื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อประเด็นอิมามัตเสียก่อนทั้งนี้ก็เนื่องจากชีอะฮ์เชื่อว่าหากไม่นับรวมสถานภาพการรับวะฮีย์แล้ว
  • เหตุใดอัลลอฮ์จึงกำชับให้ขอบคุณต่อเนียะอฺมัตที่ทรงประทานให้?
    15879 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/07/10
    “ชุโกร”ในทางภาษาอรับหมายถึง การมโนภาพเนียะอฺมัต(ความโปรดปรานจากพระองค์)แล้วเผยความกตัญญูรู้คุณผ่านคำพูดหรือการกระทำ[i] ส่วนที่ว่าทำไมต้องชุโกรขอบคุณพระองค์ในฐานะที่ประทานเนียะอฺมัตต่างๆนั้น ขอให้ลองพิจารณาประเด็นต่อไปนี้:1.

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    56483 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    54443 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    40028 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    37154 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    35525 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    32020 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    26414 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    25767 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    25561 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    23872 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...