การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
8931
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/11/09
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1390 รหัสสำเนา 18212
คำถามอย่างย่อ
อิมามมะฮ์ดีสมรสแล้วหรือยัง?
คำถาม
อิมามมะฮ์ดีสมรสแล้วหรือยัง?
คำตอบโดยสังเขป

แม้จะเป็นไปได้ว่าท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)อาจมีคู่ครองและบุตรหลาน เนื่องจากภาวะการเร้นกายมิได้จำกัดว่าจะท่านต้องงดกระทำการสมรสอันเป็นซุนนะฮ์แต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราไม่พบเหตุผลใดๆที่ชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้ สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ประเด็นดังกล่าวไม่เป็นที่เปิดเผยนั้น อาจเป็นผลพวงมาจากความจำเป็นที่พระองค์ทรงเร้นกายท่านจากสายตาผู้คนนั่นเอง

คำตอบเชิงรายละเอียด

ชีวิตส่วนตัวของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)นับเป็นประเด็นที่ยากต่อการฟันธงตัดสินอย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี สามารถหาข้อสันนิษฐานที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุดโดยพิจารณาจากฮะดีษต่างๆ ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับประเด็นคู่ครองและบุตรธิดาของท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.) มีอยู่สามประการด้วยกัน:
ก. ท่านมิได้สมรส
ข. ท่านสมรสแล้ว แต่ไม่มีบุตรหลาน
ค. ท่านสมรสแล้ว และมีบุตรหลาน

หากเห็นด้วยกับข้อสันนิษฐานแรก ย่อมแสดงว่าท่านอิมามไม่ปฏิบัติตามซุนนะฮ์ที่สำคัญของอิสลาม(สมรส) ซึ่งย่อมเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
แต่ก็มีการชี้แจงว่า การเร้นกายของอิมามมะฮ์ดีเป็นความสำคัญสุดยอด แต่การสมรสไม่สำคัญเท่า เป็นธรรมดาที่ท่านจะงดสิ่งที่มีความสำคัญระดับทั่วไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งสิ่งที่สำคัญสุดยอด อย่างไรก็ดี ข้อชี้แจงนี้ยังไม่แข็งแรงพอ เนื่องจากการเร้นกายและการสมรสสามารถรวมกันได้โดยไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ส่วนข้อสันนิษฐานที่สอง แม้จะไม่มีข้อโต้แย้งเช่นข้อแรก แต่ก็เกิดปริศนาว่า ภรรยาของท่านมีอายุยืนเช่นท่านหรือท่านสมรสหลายครั้งตามกาลเวลา? เราไม่พบหลักฐานใดๆที่พิสูจน์ถึงประเด็นดังกล่าว เพียงแต่ทราบว่าโดยทั่วไปแล้ว การสมรสหลายครั้งไม่ไช่เรื่องแปลก เนื่องจากการเร้นกายมิได้เป็นข้อจำกัดว่าท่านจะต้องมีคู่ครองที่มีอายุยืนเช่นท่านเท่านั้น ทั้งนี้เพราะมีฮะดีษบางบทอธิบายว่า การเร้นกายของท่านอิมามมะฮ์ดีคือที่ท่านใช้ชีวิตเยี่ยงบุคคลนิรนาม มิไช่เร้นกายในลักษณะล่องหน[1] ฉะนั้นจึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นได้อย่างปกติ เพียงแต่ผู้อื่นไม่ทราบว่าท่านคืออิมามมะฮ์ดี(อ.)

ปริศนาข้างต้นยังเกิดขึ้นในกรณีข้อสันนิษฐานที่สามเช่นกัน อีกทั้งยังมีผู้ที่โต้แย้งว่าข้อที่สามเป็นไปไม่ได้ เหตุเพราะว่าหากท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)มีบุตรหลานจริง บุตรหลานของท่านย่อมเสาะหาพ่อบังเกิดเกล้าอย่างแน่นอน และ ฯลฯ... ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ขัดต่อปรัชญาของการเร้นกายโดยสิ้นเชิง

ส่วนในแง่ของฮะดีษ เรายังไม่สามารถจะพบหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพื่อพิสูจน์หนึ่งในข้อสันนิษฐานสามประการข้างต้น
เชคฏูซีรายงานจากอิมามศอดิก(อ.)ว่า "
لایطَّلعُ على موضِعه احدٌ من وُلْدِه ولا غیره"[2] แต่นุอ์มานีรายงานฮะดีษดังกล่าวว่า "لایطلع على موضعه احدٌ من ولى و غیره"[3]

ข้อแตกต่างเช่นนี้ทำให้ไม่อาจจะยึดถือรายงานของเชคฏูซีได้อย่างสนิทใจ ซ้ำหากพิจารณาในแง่คุณภาพสายรายงานและตัวบทฮะดีษแล้ว ต้องถือว่ารายงานของนุอ์มานีน่าเชื่อถือกว่า เนื่องจากรายงานของเชคฏูซีมีคำที่อยู่ในรูปเอกพจน์ทั้งที่ควรจะเป็นพหูพจน์ (แทนที่จะกล่าวว่าบุตรหลานและผู้อื่นนอกเหนือจาก"พวกเขา" กลับกล่าวว่า บุตรหลานและผู้อื่นนอกจาก"เขา") นอกจากเราจะยอมรับข้อสันนิษฐานใดต่อไปนี้:
ก. การใช้สรรพนามเอกพจน์(เขา)ใน "บุตรหลานของเขา" เกิดจากข้อผิดพลาดในการคัดลอกจากต้นฉบับ
ข. ฮะดีษต้องการระบุว่าท่านมีบุตรเพียงคนเดียว
ค. "บุตร"ในที่นี้คืออิสมุ้ลญิ้นส์ (นามทั่วไป
- ไม่เจาะจงว่าเป็นลูกของท่าน)

บางทัศนะเชื่อว่ารายงานของเชคฏูซีเป็นการอุปมาถึงระดับการ"ซ่อนเร้น"สูงสุด ที่ว่า"หาก"ท่านมีบุตรหลาน พวกเขาก็ไม่อาจล่วงรู้สถานที่ของท่าน[4] อันมิได้หมายความว่าท่านมีบุตรหลานจริงๆ
นอกจากนี้หากเราจะมองข้ามความอ่อนด้อยในแง่สายรายงาน ฮะดีษเหล่านี้ก็มิได้บ่งบอกสิ่งใดแก่เราเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ยกตัวอย่างเช่นฮะดีษที่ท่านอิบนิฏอวู้สรายงานจากอิมามริฎอ(อ.)ว่า "
 اللهم اعطه فى نفسه و اهله و ولده و ذریته"[5] หรือฮะดีษจากอิมามศอดิก(อ.)ที่ว่า
"
 کانى ارى نزول القائم فى مسجد السهلة باهله و عیاله"[6]

บางคนเชื่อเรื่อง"เกาะเขียว"ซึ่งอ้างว่าท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)มีบุตรหลานที่ปกครองอยู่ที่นั่นภายใต้การสนับสนุนของท่าน และ...ฯลฯ คงต้องเรียนว่าเรื่องนี้เป็นนิทานปรัมปราเท่านั้น[7] ซึ่งหนักไปทางจินตนาการมากกว่าข้อเท็จจริง

อัลลามะฮ์ มัจลิซีกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "เนื่องจากฉันไม่พบเรื่องดังกล่าวในตำราที่น่าเชื่อถือ ฉันจึงแยกไว้ในบทอื่น"[8] ส่วนเชค ออฆอโบโซ้รก์ เตหรานี ก็ถือว่าเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องจินตนาการเท่านั้น[9]

สรุปคือ แม้ว่าเป็นไปได้ที่ท่านอิมามมะฮ์ดีจะมีคู่ครองและบุตรหลาน แต่ไม่สามารถหาหลักฐานทางฮะดีษมารองรับได้[10] ในทำนองเดียวกันก็ไม่พบหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าท่านอิมาม(อ.)งดกระทำซุนนะฮ์สำคัญนี้(การสมรส)แต่อย่างใด.[11]



[1] ดังที่อิมามศอดิก(.)กล่าวว่า "ศอฮิบุซซะมาน(.)สัญจรในหมู่ผู้คน ก้าวเดินในตลาด บางครั้งก็เข้าร่วมกิจกรรมและนั่งในบ้านของกัลญาณมิตร แต่ไม่มีผู้ใดรู้จักท่าน" หนังสือ อัลฆ็อยบะฮ์ นุอ์มานี, หน้า164

[2] (ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สถานที่ของท่าน ไม่ว่าบุตรหลานหรือผู้อื่นที่ไม่ไช่เขา)อัลฆ็อยบะฮ์,เชคฏูซี,หน้า 102

[3] (ไม่มีผู้ใดล่วงรู้สถานที่ของท่าน ไม่ว่ากัลญาณมิตรหรือผู้อื่น)อัลฆ็อยบะฮ์,นุอ์มานี,หน้า 172 และ มุนตะคอบุ้ลอะษัร,หน้า 252 (อ้างใน,อิมามัตและมะฮ์ดะวียัต,ตอบสิบคำถาม,อัตชีวประวัติของท่านอิมามมะฮ์ดี(.),หน้า 54 ) และ อัลอัคบารุดดะคีละฮ์,เล่ม1,หน้า 150 และ ตารีค อัลฆ็อยบะตุลกุบรอ,หน้า 69 (อ้างใน, บทวิจารณ์เรื่อง"เกาะเขียว"ซัยยิด ญะฟัร มุรตะฎอ อามิลี, หน้า 218

[4] ตารีค อัลฆ็อยบะตุลกุบรอ,มุฮัมมัด ศ็อดร์, เล่ม 2, หน้า 65, ห้องสมุดสาธารณะ อมีรุ้ลมุอ์มินีน,อิศฟะฮาน.

[5] ญะมาลุ้ลอุสบู้อ์,อิบนิฏอวู้ส,หน้า 510, (อ้างใน บทวิจารณ์เรื่อง"เกาะเขียว",หน้า 219

[6] บิฮารุ้ลอันว้าร,เล่ม 52,หน้า 317

[7] ศึกษาเพิ่มเติมที่ ดิรอซะฮ์ ฟี อะลามาติซซุฮู้ร วั้ล ญะซีเราะตุ้ล ค็อดรออ์,ซัยยิด ญะฟัร มุรตะฎอ อามิลี,หน้า 263

[8] บิฮารุ้ลอันว้าร,เล่ม 52,หน้า 317

[9] อัซซะรีอะฮ์ อิลา ตะศอนีฟิชชีอะฮ์,เล่ม 5,หน้า 108 ดารุ้ลอัฎวาอ์,เบรุต และ ฏ่อบะกอตุ อะอ์ลามิชชีอะฮ์,ศตวรรษที่แปด, 1145

[10] อิษบาตุ้ลวะศียะฮ์, มัสอูดี,หน้า 201 รายงานจากอิมามริฎอ(.)ว่า หากมีฮะดีษที่รายงานว่าไม่มีอิมามท่านใดสิ้นใจโดยมิได้เห็นบุตรของตน ให้ทราบว่าไม่รวมถึงมะฮ์ดี(.) ดู: อิมามัตและมะฮ์ดะวียัต,ศอฟี โฆลพอยฆอนี,ตอบสิบคำถาม,หน้า 53-56 และ จับตารอคอยอิมามมะฮ์ดี,คณะนักเขียนนิตยสารเฮาซะฮ์,หน้า 351-356, และ บทวิจารณ์เรื่อง"เกาะเขียว",หน้า  217-221

[11] สรุปใจความจากคำถามที่ 208 (อิมามมะฮ์ดี(.),การสมรส,ภูมิลำเนา ฯลฯ)

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • เคยได้ยินฮะดีษที่ว่าท่านนบี(ซ.ล.)ได้บั่นศีรษะชัยฏอนไปแล้ว, ฮะดีษนี้เชื่อถือได้เพียงใด? แล้วการล่อลวงของชัยฏอนจะตีความอย่างไร?
    10575 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/21
    ฮะดีษที่ดังกล่าวมีอยู่จริงในขุมตำราฮะดีษของเรา อย่างไรก็ดี ฮะดีษดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่ออธิบายเกี่ยวกับ“เยามิล วักติล มะอ์ลูม”(วันเวลาที่กำหนดไว้)ดังคำบอกเล่าของกุรอาน อิบลีสถูกเนรเทศออกไปจาก ณ พระองค์ แต่มันได้ขอให้ทรงประวิงเวลา อัลลอฮ์ตัดสินคาดโทษอิบลีสจนถึง“เยามิล วักติล มะอ์ลูม” ฮะดีษที่ถามมาต้องการจะเฉลยปริศนาเกี่ยวกับวันเวลาดังกล่าว โดยเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในยุคแห่งร็อจอะฮ์(ยุคต่อจากกาลสมัยของอิมามมะฮ์ดี ที่บรรดาอิมามในอดีตจะหวลกลับมาบริหารรัฐอิสลามโลก) หาไช่วันสิ้นโลกหรือวันกิยามะฮ์ไม่.
  • เพราะเหตุใดอัลกุรอานจึงเป็นโองการ โองการ? และซูเราะฮฺใดจากซูเราะฮฺต่างๆ ที่ได้ประทานแก่นะบี (ซ็อลฯ) ในครั้งเดียว?
    16640 วิทยาการกุรอาน 2555/09/29
    อัลกุรอานถูกประทานลงมาในสองลักษณะกล่าวคือ ลงมาคราวเดียวกัน และทยอยลงมา (เป็นโองการ โองการ และเป็นซูเราะฮฺ ซูเราะฮฺ) ขณะเดียวกันได้มีเหตุผลกล่าวไว้ถึงการทยอยประทานลงมา เช่น : 1.เพื่อสร้างความมั่นคงแก่จิตใจของนะบี 2.เพื่อความต่อเนื่องของวะฮฺยู และการทยอยประทานลงมานั้นได้สร้างความอบอุ่นใจแก่ท่านนะบี (ซ็อลฯ) และบรรดามุสลิมทั้งหลาย 3.เพื่อจะได้ทิ้งช่วงในการอ่านแก่ประชาชน เป็นการง่ายดายต่อการจดจำของพวกเขา สามารถคิดใคร่ครวญได้อย่างรอบคอบ และจดจำได้สะดวกขึ้น นอกจากนั้นยังให้ความรู้และการปฏิบัติตามใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น และเนื่องจากว่ามีประเด็นเรื่องราวถูกกล่าวไว้ในอัลกุรอานมากมาย ด้วยเหตุนี้ จำเป็นต้องจัดแบ่งประเด็นเหล่านั้นให้เป็นหมวดหมู่ และหมวดหมู่เหล่านั้น ที่มีความเหมาะสมกันยังถูกจัดไว้ในหมวดเดียวกัน ซึ่งแยกไปจากหมวดอื่น ด้วยเหตุนี้เอง จึงเห็นว่าอัลกุรอานถูกจัดเป็นโองการๆ และเป็นบทแยกต่างหาก สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงขอบข่าย การเริ่มต้น และสิ้นสุดของทุกโองการ ได้ถูกกระทำขึ้นตามคำสั่งของท่านนะบี (ซ็อลฯ) ซึ่งจำเป็นต้องยอมรับสิ่งนั้นโดยปริยาย แน่นอน อัลกุรอานบางบทอาจมีขนาดเล็ก ...
  • เมื่อกล่าวว่าอัลกุรอานมาจากพระเจ้า จุดประสงค์หมายถึงอะไร ? เฉพาะความหมายรวมๆ เท่านั้นที่มาจากพระเจ้า หรือว่าคำก็ถูกประทานจากพระเจ้าด้วยเช่นกัน
    9540 วิทยาการกุรอาน 2553/10/21
    ตามความเป็นจริงแล้วการที่กล่าวว่า อัลกุรอานมาจากอัลลอฮฺ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในระดับต่างๆ  อีกทั้งยังมีความหมายที่ลึกซึ่งและหลากหลาย ซึ่งในแต่ละประเด็นนั้นยังมีความหมายลึกและระเอียดลงไปอีก และในแต่ละคำพูดก็ยังมีคำพูดที่ระเอียดลงไปอีก :ก. เนื้อหาของอัลกุรอานนั้นมาจากพระเจ้าข. นอกจากนี้คำแต่ละคำยังมาจากพระเจ้าค. การรวมคำต่างที่ปรากฏอยู่ในโองการก็มาจากอัลลอฮฺเช่นกันง. โองการต่างๆ เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในบทต่างๆ มาจากอัลลอฮฺ
  • มีผู้ทำพินัยกรรมเกี่ยวกับ “ทรัพย์สินส่วนหนึ่ง” โดยมิได้ระบุจำนวน เราจะแบ่งอย่างไร?
    7072 สิทธิและกฎหมาย 2555/02/13
    จากการที่บรรดาอุละมาอ์ให้การยอมรับสายรายงานฮะดีษของทั้งสองกลุ่มความหมายจึงได้เสนอข้อยุติไว้แตกต่างกันดังต่อไปนี้1. ในอดีตเจ้าของทรัพย์สินมักจะแบ่งทรัพย์สินเป็นส่วนๆบ้างก็แบ่งเป็นสิบส่วนบ้างก็แบ่งเป็นเจ็ดส่วนฉะนั้นจะต้องพิจารณาว่าผู้ตายเคยแบ่งทรัพย์สินอย่างไรขณะมีชีวิตอยู่2.
  • การที่กล่าวว่า อัลลอฮฺทรงลืมปวงบ่าวบางคนของพระองค์หมายความว่าอย่างไร?
    7703 การตีความ (ตัฟซีร) 2554/10/22
    อัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอาน, ถึง 4 ครั้งด้วยกันเกี่ยวกับการลืมของปวงบ่าว โดยสัมพันธ์ไปยังพระองค์ ดังเช่น โองการหนึ่งกล่าวว่า : วันนี้เราได้ลืมพวกเขา ดังที่พวกเขาได้ลืมการพบกันในวันนี้” โองการข้างต้นและโองการที่คล้ายคลึงกันนี้สนับสนุนประเด็นดังกล่าวได้เป็นอย่างดีว่า ในปรโลก (หรือแม้แต่โลกนี้) จะมีชนกลุ่มหนึ่งถูกอัลลอฮฺ ลืมเลือนพวกเขา, แต่จุดประสงค์ของการหลงลืมนั้นหมายถึงอะไร?การพิสูจน์ในเชิงสติปัญญา และเทววิทยาที่มีอยู่ในปัจจุบันในตำราของอิสลามกล่าวว่า การหลงลืมหมายถึงการไม่ครอบคลุมทั่วถึงเหนือสภาพของสิ่งถูกสร้าง แน่นอน สิ่งนี้อยู่นอกเหนืออาตมันสมบูรณ์ของอัลลอฮฺ ดังเช่นพระดำรัสของพระองค์ตรัสว่า “องค์พระผู้อภิบาลมิใช่ผู้หลงลืมการงาน”จากคำพูดของบรรดาอิมามมะอฺซูม (อ.) ได้ประจักษ์ชัดเจนว่า จุดประสงค์ของการหลงลืมของอัลลอฮฺ (ซบ.) มิได้หมายถึงการลืมเลือน การไม่มีภูมิความรู้ และการไม่รู้แต่อย่างใด, เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ...
  • การรู้พระเจ้าเป็นไปได้ไหมสำหรับมนุษย์ ขอบเขตและคุณค่าของการรู้จักมีมากน้อยเพียงใด ?
    7958 เทววิทยาดั้งเดิม 2553/12/22
    มนุษย์สามารถรู้พระเจ้าด้วยวิธีการที่แตกต่างกันหลายวิธีซึ่งเป็นไปได้ที่การรู้จักอาจผ่านเหตุผล (สติปัญญา)หรือผ่านทางจิตใจบางครั้งอาจเป็นเหมือนปราชญ์ผู้ชาญฉลาดซึ่งรู้จักโดยผ่านทางความรู้ประจักษ์หรือการช่วยเหลือทางความรู้สึกและสิตปัญญาในการพิสูจน์จนกระทั่งเกิดความเข้าใจหรือบางครั้งอาจเป็นเหมือนพวกอาริฟ (บรรลุญาณ),รู้จักเองโดยไม่ผ่านสื่อเป็นความรู้ที่ปรากฏขึ้นเองซึ่งเรียกว่าจิตสำนึกตัวอย่างเช่นการค้นพบการมีอยู่ของไฟบางครั้งผ่านควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นทำให้เกิดความเข้าใจหรือเวลาที่มองเห็นไฟทำให้รู้ได้ทันทีหรือเห็นรอยไหม้บนร่างกายก็ทำให้รู้ได้เช่นกันว่ามีไฟ
  • เราจะทราบได้อย่างไรว่าอิมามมะฮ์ดีพอใจในตัวพวกเรา
    6840 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/17
    ผู้ศรัทธาและชีอะฮ์ของอิมามมะฮ์ดีทราบดีว่าการกระทำของตนเป็นที่ประจักษ์สำหรับอิมามตลอดเวลาพวกเขาพยายามใกล้ชิดกับอัลลอฮ์และขัดเกลาจิตวิญญาณของตนให้มากขึ้นและจะพยายามระมัดระวังไม่ทำในสิ่งที่อาจจะทำให้ท่านไม่พอใจทั้งนี้ก็เนื่องจากกลัวว่าท่านจะหม่นหมองใจหรือกลัวที่จะถูกละเว้นจากความโปรดปรานของท่านและเพื่อที่จะดึงดูดความสนใจของท่านมายังตนเองอิมามมะฮ์ดี(อ.)เป็นอิมามที่เปี่ยมด้วยเมตตาและมีความเอื้ออาทรมนุษย์ทุกคนและทุกสรรพสิ่งเนื่องจากเป้าหมายและภารกิจของบรรดาอิมามคล้ายคลึงกับเป้าหมายและภารกิจของท่านนบี(
  • ใครเป็นผู้ประพันธ์ริซาละฮ์เศาะฟี้รซีโม้รก์? มีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร?
    7745 รหัสยทฤษฎี 2555/02/18
    ผู้ประพันธ์ริซาละฮ์เศาะฟี้รซีโม้รก์คือ ชะฮาบุดดีน ยะฮ์ยา บิน ฮะบัช บิน อมีร็อก อบุลฟุตู้ฮ์ ซุฮ์เราะวัรดี หรือที่รู้จักกันในฉายา “เชคอิชร้อก”“เศษะฟี้ร” หมายถึงเสียงที่ลากยาว รื่นหู และปราศจากคำพูดที่เปล่งจากริมฝีปากทั้งสอง ส่วน “ซีโม้รก์” เป็นชื่อสัตว์ปีกชนิดหนึ่งที่เปรียบเสมือนราชาแห่งฝูงวิหคในนิยาย ในเชิงวิชาอิรฟานหมายถึงผู้เฒ่าผู้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ดี เรื่องราวของซีโม้รก์ได้รับการเล่าขานหลากเรื่องราวในตำรับตำราด้านวรรณกรรมเปอร์เซียและรหัสยนิยม(อิรฟาน)ในหนังสือเล่มนี้ เชคอิชร้อกได้แสดงถึงความสำคัญของการจาริกทางจิตวิญญาณสู่อัลลอฮ์ อีกทั้งอธิบายถึงสภาวะและอุปสรรคนานัปการในหนทางนี้ ...
  • ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อรุก็อยยะฮ์ไช่หรือไม่?
    9223 تاريخ بزرگان 2554/12/04
    คำถามนี้ไม่มีคำตอบแบบสั้น ปรดเลือกปุ่มคำตอบที่สมบูรณ์ ...
  • จริงหรือไม่ที่กล่าวกันว่าหนังสืออัลกาฟีมีฮะดีษเศาะฮี้ห์เพียงไม่กี่บท?
    8580 ริญาลุลฮะดีซ 2555/01/01
    หลักเกณฑ์การเลือกฮะดีษที่ท่านกุลัยนีระบุไว้นั้นมีไว้เฉพาะกรณีฮะดีษที่ขัดแย้งกันเพราะหลักเกณฑ์พิสูจน์ความเศาะฮี้ห์ของฮะดีษมีมากกว่าสามวิธีที่ท่านระบุไว้อันได้แก่จะต้องสอดคล้องกับกุรอานตรงข้ามกับอามมะฮ์และแนวตัคยี้รส่วนการประพันธ์ตำราหลังยุคท่านกุลัยนีก็มิได้หมายความว่าหนังสืออัลกาฟีไม่น่าเชื่อถือเพราะผู้ประพันธ์ตำราเหล่านั้นก็ล้วนยอมรับความนิยมในหนังสืออัลกาฟี ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    61317 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    58938 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    43358 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    41509 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    39958 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    35167 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    29198 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    29174 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    29034 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    26874 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...