การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
6929
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa10135 รหัสสำเนา 20041
หมวดหมู่ تاريخ بزرگان
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่ ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ?
คำถาม
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่? ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ
เท่าที่ดิฉันทราบมา เรื่องราวดังกล่าวมิได้มีการกล่าวถึงในแหล่งอ้างอิงที่เรารู้จัก (อย่างเช่นอัลอิรช้าด) ยิ่งไปกว่านั้น อิมาดุดดีน เฏาะบะรี ผู้ประพันธ์หนังสือ “กามิล บะฮาอี” ผู้รายงานเรื่องนี้เองก็รายงานอย่างกำกวมและมิได้ระบุชื่อของเด็กหญิงดังกล่าว (ในกรณีที่เราเชื่อถือนักรายงานคนนี้ /เนื่องจากไม่ทราบว่าสายรายงานน่าเชื่อถือหรือไม่)
อีกด้านหนึ่ง แหล่งอ้างอิงอย่าง เฏาะบะกอตุ้ลกุบรอ ... ฯลฯ ยืนยันว่าสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) รอดชีวิตกลับมาและได้แต่งงานมีบุตร เมื่อได้อ่านเช่นนี้ดิฉันจึงฉงนใจอย่างยิ่ง คุณคิดว่ามีหลักฐานที่หนักแน่นพอหรือไม่ที่จะพิสูจน์การมีอยู่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวในเรื่องนี้?
คำตอบโดยสังเขป

แม้ว่านักประวัติศาสตร์จะมิได้กล่าวถึงบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(.) ที่มีนามว่า รุก็อยยะฮ์ หรือฟาฏิมะฮ์ศุฆรอ ฯลฯ แต่ตำราบางเล่มก็สาธยายเรื่องราวอันน่าเวทนาของเด็กหญิงคนนี้  ซากปรักหักพังในแคว้นชาม
เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์บางเล่ม อาทิเช่น
. เมื่อท่านหญิงซัยนับ(.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่าโอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย
. เมื่อถึงวาระสุดท้ายของอิมามฮุเซน(.) ท่านกล่าวขณะที่ชิมร์ (ฆาตกร) อยู่เบื้องหน้าท่านว่าซัยนับของพี่ สะกีนะฮ์ของพ่อ โอ้บุตรหลานของฉัน ผู้ใดจะดูแลพวกเธอภายหลังจากฉันเล่า? รุก็อยยะฮ์ของพ่อ อุมมุกุลษูมของพี่ พวกเธอคืออะมานะฮ์ของพระองค์ เวลาแห่งสัญญาใกล้จะมาถึงแล้ว
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ
เชคเฏาะบัรซีเล่าวา สะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ
สรุปคือ มีตำรามากมายกล่าวถึงสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.)

จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง  เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน() (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ  ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา

คำตอบเชิงรายละเอียด

นักประวัติศาสตร์และนักประพันธ์จดหมายเหตุอสัญกรรม(มักตัล) ระบุถึงบุตรสาวสองคนที่ชื่อ ฟาฏิมะฮ์ และสะกีนะฮ์ ในหมู่บุตรธิดาของท่านอิมามฮุเซน(.)[1] บางคนก็เพิ่มชื่อซัยนับเข้าไปด้วย[2] ส่วนบางคนก็เล่าถึงเรื่องราวอันน่าเวทนาของบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(.)  ซากปรักหักพังในเมืองชาม[3] ซึ่งนักเขียนชุดหลังล้วนรายงานเรื่องราวดังกล่าวจากหนังสือ กามิล บะฮาอี (ประพันธ์ในศตวรรษ ..ที่เจ็ด) ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์และตำราฮะดีษบางเล่ม อาทิเช่น
เมื่อท่านหญิงซัยนับ(.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่าโอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย[4] แสดงถึงการมีอยู่จริงของเด็กหญิงที่อิดโรยเนื่องจากพรากจากพ่อ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ระเบียน รุก็อยยะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน เลขที่ (เว็บไซต์- 7318)

เมื่อพิจารณาตำราประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุอสัญกรรมอย่างละเอียดก็จะพบว่า นักประวัติศาสตร์ทั้งฝ่ายซุนหนี่และชีอะฮ์ต่างก็ระบุว่าอิมามฮุเซน(.)มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อสะกีนะฮ์
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ[5]
เชคเฏาะบัรซีกล่าวเสริมว่า อิมามฮุเซน(.)ได้ทำการสมรสเธอกับอับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน (ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง) โดยอับดุลลอฮ์ได้เป็นชะฮีดในวันอาชูรอ[6]
หนังสือ มักตะลุ้ลฮุเซนระบุว่า เธอสมรสกับลูกผู้พี่ (อับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน) แต่เขาเสียชีวิตในวันอาชูรอก่อนที่จะได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม่มีบุตรธิดา[7]
นอกจากนี้ เชคเฏาะบัรซียังเล่าว่า สะกีนะฮ์ บินติ ฮุเซน(.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ[8]
ซะฮะบีกล่าวไว้ในหนังสือ ตารีคุลอิสลามว่าสะกีนะฮ์เป็นบุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) จากนั้นก็ได้นำเสนอรายชื่อหนังสือราวยี่สิบเล่มที่กล่าวถึงเธอไว้[9] จึงทราบได้ว่ามีหนังสือมากมายที่กล่าวถึงสะกีนะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน(.) โดยเราได้เพิ่มเติมแหล่งอ้างอิงไว้ในเชิงอรรถแล้ว[10]

เกี่ยวกับอายุของเธอนั้น นักวิชาการมีทัศนะที่แตกต่างกัน แต่จากการสังเคราะห์ทัศนะต่างๆจะได้ข้อสรุปว่าเธอถึงวัยที่สามารถสมรสได้ (หรืออาจจะสมรสแล้ว) ในวันอาชูรอ
จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง  เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว[11]
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน() (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ  ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา



[1] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด, รวมผลงานของเชคมุฟี้ด,เล่ม 2,หน้า 135, ดารุลมุฟี้ด, เบรุต,..1414
อิบนุ ชะฮ์รอชู้บ,มะนากิบ อาลิ อบีฏอลิบ, เล่ม 4,หน้า 77, สำนักพิมพ์ อัลลามะฮ์,กุม
เฏาะบัรซี, อะอ์ลามุ้ลวะรอ, เล่ม 1,หน้า 478, สถาบันอาลุลบัยต์, พิมพ์ครั้งแรก,..1417
อัซซุบัยรี, มุศอับ, นะซับกุร็อยช์,หน้า 59,ดารุลมะอาริฟ,ไคโร,พิมพ์ครั้งที่สาม
บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 1288, ดารุลฟิกร์, เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,..1417
สิบฏ์ บิน เญาซี, ตัซกิเราะตุ้ลเคาะว้าศ, หน้า, 249, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์,เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,..1401

[2] อัลอิรบิลี, กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์ ฟีมะอ์ริฟะติลอะอิมมะฮ์, เล่ม 2,หน้า 38,ค้นคว้าเพิ่มเติมโดยเราะซูลี,ตับรีซ,ตลาดมัสญิดญามิอ์

[3] กุมี, เชคอับบาส, นะฟะซุลมะฮ์มูม,หน้า 415,416, สำนักพิมพ์มักตะบะฮ์ฮัยดะรียะฮ์,พิมพ์ครั้งแรก,1379
อัลอีก้อด,ชาฮ์ ดับดุลอะซีมี,หน้า 179,สำนักพิมพ์ฟีรู้ซออบอดี,พิมพ์ครั้งแรก,..1411
ฮาอิรี, มะอาลิสซิบฏ็อยน์,เล่ม 2,หน้า 170,สำนักพิมพ์อันนุอ์มาน,เบรุต,..1412
กุมี,เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 807,สำนักพิมพ์ฮิจรัต,พิมพ์ครั้งที่สี่,..1411
เฏาะบะรี,อิมาดุดดีน, กามิล บะฮาอี,เล่ม 2,หน้า 179,สำนักพิมพ์มุศเฏาะฟะวี

[4] มัจลิซี,มุฮัมมัดบากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 115 …یا اخی فاطم الصغیرة کلمّا فقد کاد قلبها ان یذوبا
อัลกุนดูซี,ยะนาบีอุ้ลมะวัดดะฮ์,เล่ม 2,หน้า 421,สำนักพิมพ์ชะรีฟเราะฎี,พิมพ์ครั้งแรก,1371

[5] มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 37, สำนักพิมพ์อิลมียะอ์อิสลามียะฮ์

[6] เฏาะบัรซี,อะอ์ลามุ้ลวะรอ,เล่ม 1,หน้า 418, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์ และ มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,หน้า 25 และ อัลอิรบิลี,กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์,หน้า 157

[7] มูซะวี, อับดุรร็อซซ้าก, มักตะลุลฮุเซน(.), หน้า 397, สำนักพิมพ์บะศีเราะตี

[8] เพิ่งอ้าง

[9] ซะฮะบี, ตารีคุ้ลอิสลาม,เล่ม 7,หน้า 371, ดารุลกิตาบิลอะเราะบี,เบรุต,เลบานอน

[10] อบุลฟะร็อจ อิศฟะฮานี,มะกอติลุฏฏอลิบียีน, หน้า 94,119,133,167,   และ บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 362, และ อิบนิ ฮันนาน, อัษษิก้อต, เล่ม 4,หน้า 351, สำนักพิมพ์กุตุบุษษิกอฟะฮ์, และ อัลบุคอรี,ตารีคิสเศาะฆี้ร,เล่ม 1,หน้า 273, ดารุลมะอ์ริฟะฮ์,เลบานอน,เบรุต และ อัลอัศฟะรี,ตารีค เคาะลีฟะฮ์ บิน ค็อยยาฏ,หน้า 274, ดารุลฟิกร์,เบรุต และ มุฮัมมัด บิน สะอ์ด, เฏาะบะกอตุ้ลกุ้บรอ,เล่ม 8,หน้า 475,เบรุต และ อัลมัซนี,ตะฮ์ซีบุ้ลกะมาล,เล่ม 6,หน้า 397, สำนักพิมพ์ริซาละฮ์, และ อิบนิ อามิร,ตารีคุลมะดีนะฮ์,เล่ม 2,หน้า 52 และ เล่ม 29,หน้า 69, ดารุลฟิกร์, ดามัสกัส, และ อิบนิ มากูลา, อิกมาลุ้ลกะมาล,เล่ม 4,หน้า 316, และ เล่ม 7,หน้า 107,ดารุลกิตาบิลอิสลามี,ไคโร และ มัจลิซี,มุฮัมมัด บากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 47และหน้า 169,เบรุต และ กุมี, เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 547, สำนักพิมพ์ฮุซัยนี

[11] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บินนุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 22, แปลโดย เราะซูลี มะฮัลลอที,สำนักพิมพ์อิลมียะฮ์อิสลามียะฮ์, ดูระเบียน: บุตรธิดาของอิมามฮุเซน(.)

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • เมื่อกล่าวว่าอัลกุรอานมาจากพระเจ้า จุดประสงค์หมายถึงอะไร ? เฉพาะความหมายรวมๆ เท่านั้นที่มาจากพระเจ้า หรือว่าคำก็ถูกประทานจากพระเจ้าด้วยเช่นกัน
    8469 วิทยาการกุรอาน 2553/10/21
    ตามความเป็นจริงแล้วการที่กล่าวว่า อัลกุรอานมาจากอัลลอฮฺ ได้รับความสนใจเป็นพิเศษในระดับต่างๆ  อีกทั้งยังมีความหมายที่ลึกซึ่งและหลากหลาย ซึ่งในแต่ละประเด็นนั้นยังมีความหมายลึกและระเอียดลงไปอีก และในแต่ละคำพูดก็ยังมีคำพูดที่ระเอียดลงไปอีก :ก. เนื้อหาของอัลกุรอานนั้นมาจากพระเจ้าข. นอกจากนี้คำแต่ละคำยังมาจากพระเจ้าค. การรวมคำต่างที่ปรากฏอยู่ในโองการก็มาจากอัลลอฮฺเช่นกันง. โองการต่างๆ เหล่านี้เป็นสัญลักษณ์ที่ปรากฏอยู่ในบทต่างๆ มาจากอัลลอฮฺ
  • เพราะสาเหตุใดส่วนแบ่งมรดกของสตรีจึงได้เพียงครึ่งหนึ่งของชาย?
    6041 สิทธิและกฎหมาย 2554/04/21
    จากการศึกษาเกี่ยวกับหลักนิติศาสตร์อิสลามและประวัติความเป็นมาของค่าปรับจะเห็นว่าเป็นประเด็นที่มีความจำกัดพิเศษเกี่ยวกับเรื่องของเศรษฐศาสตร์โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ได้ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการชดเชยสิ่งที่เสียหายไปอีกด้านหนึ่งในสังคมซึ่งอิสลามได้พยายามที่จะเติมเต็มความสมบูรณ์หรือพยายามสร้างสังคมที่มีความสมบูรณ์จึงได้กำหนดกิจกรรมหลังของสังคมด้านเศรษฐศาสตร์ให้อยู่ในความรับผิดชอบของสังคมกล่าวคืออิสลามได้มองเรื่องเศรษฐศาสตร์ภาพรวมที่อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายชายทำให้ได้รับผลอย่างหนึ่งว่าผู้ชายมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบบางหน้าที่ซึ่งฝ่ายหญิงได้รับการละเว้นเอาไว้ขณะที่หน้าที่รับผิดชอบที่สำคัญที่สุดสำหรับสตรีคนหนึ่งคือการจัดระบบและระเบียบเรื่องค่าใช้จ่ายและการเป็นอยู่ของครอบครัวถ้าพิจารณาอย่างรอบคอบในบทความนี้ท่านผู้อ่านสมารถเข้าใจเหตุผลได้อย่างง่ายดายว่า
  • เพราะเหตุใดจึงต้องคลุมฮิญาบ และทำไมอิสลามจำกัดสิทธิสตรี?
    14730 ปรัชญาของศาสนา 2554/06/21
    สุภาพบุรุษและสุภาพสตรีมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของการที่มีต้นกำเนิดเดียวกันและการที่ควรได้รับความเสมอภาคทางสังคมอาทิเช่นการศึกษา, การแสดงความเห็น...ฯลฯอย่างไรก็ดีในแง่สรีระและอารมณ์กลับมีข้อแตกต่างหลายประการข้อแตกต่างเหล่านี้เองที่ส่งผลให้เกิดบทบัญญัติพิเศษอย่างเช่นการสวมฮิญาบในสังคมทั้งนี้ก็เนื่องจากสุภาพสตรีมีความโดดเด่นในแง่ความวิจิตรสวยงามแต่สุภาพบุรุษมีความโดดเด่นในแง่ผู้แสวงหาด้วยเหตุนี้จึงมีการเน้นย้ำให้สุภาพสตรีสงวนตนในที่สาธารณะมากกว่าสุภาพบุรุษทั้งนี้และทั้งนั้นหาได้หมายความว่าจะมีข้อจำกัดด้านการแต่งกายเพียงสุภาพสตรีโดยที่สุภาพบุรุษไม่ต้องระมัดระวังใดๆไม่. ...
  • อัมร์ บิน อ้าศมีอุปนิสัยอย่างไรในประวัติศาสตร์?
    9995 تاريخ بزرگان 2554/08/02
    อัมร์ บิน อ้าศ บิน วาอิ้ล อัสสะฮ์มี โฉมหน้านักฉวยโอกาสที่แฝงด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ถือกำเนิดจากหญิงที่ชื่อ“นาบิเฆาะฮ์” บิดาของเขาคืออ้าศ บิน วาอิ้ล เป็นมุชริกที่เคยถากถางเยาะเย้ยท่านนบีด้วยคำว่า“อับตัร”หลังจากกอซิมบุตรของท่านนบีถึงแก่กรรมในวัยแบเบาะ ซึ่งหลังจากนั้น อัลลอฮ์ได้ประทานอายะฮ์ “ان شانئک هو الابتر” เพื่อโต้คำถากถางของอ้าศอัมร์ บิน อ้าศ เป็นที่รู้จักในเรื่องความเจ้าเล่ห์ ในสมัยที่อิมามอลี(อ.)ดำรงตำแหน่งเคาะลีฟะฮ์ เขากลายเป็นมือขวาของมุอาวิยะฮ์ในสงครามศิฟฟีนเพื่อต่อต้านท่าน และสามารถล่อลวงทหารฝ่ายอิมามเป็นจำนวนมาก ท้ายที่สุดก็ใช้เล่ห์กลหลอกอบูมูซา อัลอัชอะรี เพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่มุอาวิยาะฮ์ ท้ายที่สุดได้รับแต่งตั้งโดยมุอาวิยะฮ์ให้เป็นผู้ปกครองเมืองอิยิปต์ ...
  • สตรีสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในโลกไซเบอร์โดยไม่ขออนุญาตจากสามีหรือไม่?
    5396 สิทธิและกฎหมาย 2555/02/05
    คำตอบของบรรดามัรยิอ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมีดังนี้อายาตุลลอฮ์คอเมเนอี “หากไม่จำเป็นที่จะต้องครอบครองทรัพย์สินของสามีก็ถือว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตแต่จะต้องคำนึงว่าการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมส่วนใหญ่จะทำให้เกิด... หรืออาจจะทำให้ตกในการกระทำบาปซึ่งไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ซิซตานี “การติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมถือว่าไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ศอฟีกุลฟัยกานี “โดยรวมแล้วการติดต่อสื่อสารในลักษณะนี้แม้ว่าสามีอนุญาติก็ไม่ถือว่าสามารถจะกระทำได้”ฮาดาวีเตหะรานี “หากการติดต่อสื่อสารในโลกไซเบอร์อยู่ในขอบเขตที่อนุญาตและไม่เกรงที่จะเกิดบาปเป็นที่อนุญาตและไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาติจากสามี” ...
  • วิธีตอบรับสลามขณะนมาซควรทำอย่างไร?
    11524 สิทธิและกฎหมาย 2555/05/20
    ขณะนมาซ, จะต้องไม่ให้สลามบุคคลอื่น แต่ถ้าบุคคลอื่นได้กล่าวสลามแก่เขา, เขาจะต้องตอบในลักษณะที่ว่ามีคำว่า สลาม ขึ้นหน้า, เช่น กล่าวว่า »อัสลามุอะลัยกุม« หรือ »สลามุน อะลัยกุม« ซึ่งจะต้องไม่ตอบว่า »วะอะลัยกุมสลาม«[1] สิ่งจำเป็นต้องกล่าวถึงคือ, คนเราต้องตอบรับสลามอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะอยู่ในนมาซหรือไม่ก็ตาม ซึ่งถ้าลืมหรือตั้งใจไม่ตอบรับสลามโดยทิ้งช่วงให้ล่าช้านานออกไป, และไม่นับว่าเป็นการตอบรับสลามอีกต่อไป, ขณะนมาซไม่จำเป็นต้องตอบ และถ้านอกเวลานมาซไม่วาญิบต้องตอบรับสลามอีก[2] [1] ...
  • ทัศนะของอุละมาอฺนักปราชญ์ทั้งหมดถือว่าการสูบบุหรี่ฮะรอมหรือไม่ ?
    7382 สิทธิและกฎหมาย 2554/09/25
    อิสลามได้ห้ามการกินการดื่มและการใช้ประโยชน์จากบางสิ่งที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายและถ้าทุกสิ่งที่มีอันตรายมากการห้ามโดยปัจจัยสาเหตุก็ยิ่งทวีคูณมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งถึงขึ้นฮะรอมด้วยซ้ำไปท่านอิมามโคมัยนี ...
  • กฎของการออกนอกศาสนาของบุคคลหนึ่ง, ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินของผู้ปกครองหรือไม่?
    5971 สิทธิและกฎหมาย 2555/05/17
    มีอยู่ 12 ประการที่ทำให้นมาซบาฏิล (เสีย) ซึ่งเรียกสิ่งเหล่านั้นว่า มุบฏิลลาตของนมาซ 1.สูญเสียหนึ่งในเงื่อนไขสำคัญระหว่างนมาซ 2.สิ่งที่เป็นสาเหตุทำให้วุฎูอฺ หรือฆุซลฺบาฏิล (เสีย) ได้เล็ดรอดออกมาขณะนมาซ 3. กอดอกขณะนมาซ 4.กล่าวคำว่า “อามีน” หลังจากกล่าวซูเราะฮฺฟาติฮะฮฺจบ 5. ผินหน้าออกจากกิบละฮฺ ขณะนมาซ 6.กล่าวคำพูดบางคำขณะนมาซ 7.หัวเราะโดยมีเสียดังออกมาหรือกระทำสิ่งที่คล้ายคลึงกัน 8.ตั้งใจร้องไห้เพื่อภารกิจทางโลก โดยมีเสียงดังออกมา 9. กระทำบางภารกิจอันเป็นเหตุทำให้สูญเสียสภาพนมาซ 10.กินและดื่ม
  • เกิดอะไรขึ้นกับม้าของอิมามฮุเซน (อ.) ที่กัรบะลา
    7839 تاريخ بزرگان 2554/11/29
    สายรายงานไม่ได้กล่าวถึงประวัติความเป็นมาของม้าของท่านอิมามฮุเซน (อ.) ที่มีนามว่า "ซุลญะนาฮ" อย่างละเอียดนักแต่สายรายงานที่เชื่อถือได้ส่วนใหญ่ระบุว่าหลังจากที่อิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้วม้าตัวนี้ได้เกลือกกลั้วขนแผงคอกับเลือดอันบริสุทธิ์ของท่านแล้วมุ่งหน้าไปยังกระโจมและส่งเสียงร้องโหยหวนบรรดาผู้ที่อยู่ในกระโจมเมื่อได้ยินเสียงของซุลญะนาฮก็รีบวิ่งออกมาจากกระโจมจึงได้รับรู้ว่าอิมามฮุเซน (อ.) เป็นชะฮีดแล้ว[1]แต่ทว่าสายรายงานและหนังสือบางเล่มที่ประพันธ์ขึ้นมาใหม่เช่นหนังสือนาซิคุตตะวารีคได้กล่าวถึงเหตุการณ์อื่นๆนอกเหนือจากนี้เช่นกล่าวไว้ว่าม้าตัวนั้นได้โขกหัวกับพื้นบริเวณหน้ากระโจมจนตายหรือควบตะบึงไปยังแม่น้ำฟูรอตและกระโดดลงในแม่น้ำ[2][1]ซิยาเราะฮ์นาฮิยะฮ์

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    59673 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    57048 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    41864 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    38688 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    38564 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    33669 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    27674 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    27484 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    27311 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    25368 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...