การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
8360
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/12/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa10135 รหัสสำเนา 20041
หมวดหมู่ تاريخ بزرگان
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่ ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ?
คำถาม
ท่านอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวชื่อรุก็อยยะฮ์หรือสะกีนะฮ์ไช่หรือไม่? ที่เสียชีวิตที่ดามัสกัสขณะอายุได้สามหรือสี่ขวบ
เท่าที่ดิฉันทราบมา เรื่องราวดังกล่าวมิได้มีการกล่าวถึงในแหล่งอ้างอิงที่เรารู้จัก (อย่างเช่นอัลอิรช้าด) ยิ่งไปกว่านั้น อิมาดุดดีน เฏาะบะรี ผู้ประพันธ์หนังสือ “กามิล บะฮาอี” ผู้รายงานเรื่องนี้เองก็รายงานอย่างกำกวมและมิได้ระบุชื่อของเด็กหญิงดังกล่าว (ในกรณีที่เราเชื่อถือนักรายงานคนนี้ /เนื่องจากไม่ทราบว่าสายรายงานน่าเชื่อถือหรือไม่)
อีกด้านหนึ่ง แหล่งอ้างอิงอย่าง เฏาะบะกอตุ้ลกุบรอ ... ฯลฯ ยืนยันว่าสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) รอดชีวิตกลับมาและได้แต่งงานมีบุตร เมื่อได้อ่านเช่นนี้ดิฉันจึงฉงนใจอย่างยิ่ง คุณคิดว่ามีหลักฐานที่หนักแน่นพอหรือไม่ที่จะพิสูจน์การมีอยู่ของเด็กหญิงคนดังกล่าวในเรื่องนี้?
คำตอบโดยสังเขป

แม้ว่านักประวัติศาสตร์จะมิได้กล่าวถึงบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(อ.) ที่มีนามว่า รุก็อยยะฮ์ หรือฟาฏิมะฮ์ศุฆรอ ฯลฯ แต่ตำราบางเล่มก็สาธยายเรื่องราวอันน่าเวทนาของเด็กหญิงคนนี้ ณ ซากปรักหักพังในแคว้นชาม
เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์บางเล่ม อาทิเช่น
ก. เมื่อท่านหญิงซัยนับ(ส.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(อ.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่า “โอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย”
ข. เมื่อถึงวาระสุดท้ายของอิมามฮุเซน(อ.) ท่านกล่าวขณะที่ชิมร์ (ฆาตกร) อยู่เบื้องหน้าท่านว่า “ซัยนับของพี่ สะกีนะฮ์ของพ่อ โอ้บุตรหลานของฉัน ผู้ใดจะดูแลพวกเธอภายหลังจากฉันเล่า? รุก็อยยะฮ์ของพ่อ อุมมุกุลษูมของพี่ พวกเธอคืออะมานะฮ์ของพระองค์ เวลาแห่งสัญญาใกล้จะมาถึงแล้ว”
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ
เชคเฏาะบัรซีเล่าวา สะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ
สรุปคือ มีตำรามากมายกล่าวถึงสะกีนะฮ์บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.)

จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(อ.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง ณ เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน(อ) (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ ณ ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา

คำตอบเชิงรายละเอียด

นักประวัติศาสตร์และนักประพันธ์จดหมายเหตุอสัญกรรม(มักตัล) ระบุถึงบุตรสาวสองคนที่ชื่อ ฟาฏิมะฮ์ และสะกีนะฮ์ ในหมู่บุตรธิดาของท่านอิมามฮุเซน(อ.)[1] บางคนก็เพิ่มชื่อซัยนับเข้าไปด้วย[2] ส่วนบางคนก็เล่าถึงเรื่องราวอันน่าเวทนาของบุตรสาวตัวน้อยของอิมามฮุเซน(อ.) ณ ซากปรักหักพังในเมืองชาม[3] ซึ่งนักเขียนชุดหลังล้วนรายงานเรื่องราวดังกล่าวจากหนังสือ กามิล บะฮาอี (ประพันธ์ในศตวรรษ ฮ.ศ.ที่เจ็ด) ทั้งสิ้น
อย่างไรก็ดี เราพบว่ามีเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องราวดังกล่าวปรากฏในตำราประวัติศาสตร์และตำราฮะดีษบางเล่ม อาทิเช่น
เมื่อท่านหญิงซัยนับ(ส.) ได้เห็นศีรษะของอิมามฮุเซน(อ.) ผู้เป็นพี่ชาย นางได้รำพึงรำพันบทกวีที่มีเนื้อหาว่า “โอ้พี่จ๋า โปรดคุยกับฟาฏิมะฮ์น้อยสักนิดเถิด เพราะหัวใจนางกำลังจะสูญสลาย”[4] แสดงถึงการมีอยู่จริงของเด็กหญิงที่อิดโรยเนื่องจากพรากจากพ่อ
ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ระเบียน รุก็อยยะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน เลขที่ (เว็บไซต์- 7318)

เมื่อพิจารณาตำราประวัติศาสตร์และจดหมายเหตุอสัญกรรมอย่างละเอียดก็จะพบว่า นักประวัติศาสตร์ทั้งฝ่ายซุนหนี่และชีอะฮ์ต่างก็ระบุว่าอิมามฮุเซน(อ.)มีบุตรสาวคนหนึ่งชื่อสะกีนะฮ์
เชคมุฟี้ดกล่าวว่า สะกีนะฮ์คือหนึ่งในบุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) มารดาของเธอชื่อรุบ้าบ[5]
เชคเฏาะบัรซีกล่าวเสริมว่า อิมามฮุเซน(อ.)ได้ทำการสมรสเธอกับอับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน (ลูกพี่ลูกน้องของเธอเอง) โดยอับดุลลอฮ์ได้เป็นชะฮีดในวันอาชูรอ[6]
หนังสือ มักตะลุ้ลฮุเซนระบุว่า เธอสมรสกับลูกผู้พี่ (อับดุลลอฮ์ บิน ฮะซัน) แต่เขาเสียชีวิตในวันอาชูรอก่อนที่จะได้อยู่ด้วยกัน ทำให้ไม่มีบุตรธิดา[7]
นอกจากนี้ เชคเฏาะบัรซียังเล่าว่า สะกีนะฮ์ บินติ ฮุเซน(อ.) มีอายุสิบปีในวันอาชูรอ[8]
ซะฮะบีกล่าวไว้ในหนังสือ ตารีคุลอิสลามว่าสะกีนะฮ์เป็นบุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) จากนั้นก็ได้นำเสนอรายชื่อหนังสือราวยี่สิบเล่มที่กล่าวถึงเธอไว้[9] จึงทราบได้ว่ามีหนังสือมากมายที่กล่าวถึงสะกีนะฮ์ บุตรสาวของอิมามฮุเซน(อ.) โดยเราได้เพิ่มเติมแหล่งอ้างอิงไว้ในเชิงอรรถแล้ว[10]

เกี่ยวกับอายุของเธอนั้น นักวิชาการมีทัศนะที่แตกต่างกัน แต่จากการสังเคราะห์ทัศนะต่างๆจะได้ข้อสรุปว่าเธอถึงวัยที่สามารถสมรสได้ (หรืออาจจะสมรสแล้ว) ในวันอาชูรอ
จึงทราบได้ว่าท่านอิมาม(อ.)มีบุตรสาวอีกคนที่ชื่อสะกีนะฮ์ ซึ่ง ณ เวลานั้น (ก่อนเหตุการณ์กัรบะลา) เจริญวัยและสามารถมีครอบครัวได้แล้ว[11]
จากข้อมูลที่นำเสนอมาทำให้เข้าใจได้ว่า บุตรสาวคนหนึ่งของอิมามฮุเซน(อ) (รุก็อยยะฮ์/ฟาฏิมะฮ์) เสียชีวิตเคียงข้างศีรษะของพ่อ ณ ซากปรักหักพังในเมืองชาม โดยเด็กหญิงคนนี้มิไช่สะกีนะฮ์ที่มีชีวิตอยู่หลังเหตุการณ์กัรบะลา



[1] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด, รวมผลงานของเชคมุฟี้ด,เล่ม 2,หน้า 135, ดารุลมุฟี้ด, เบรุต,ฮ.ศ.1414
อิบนุ ชะฮ์รอชู้บ,มะนากิบ อาลิ อบีฏอลิบ, เล่ม 4,หน้า 77, สำนักพิมพ์ อัลลามะฮ์,กุม
เฏาะบัรซี, อะอ์ลามุ้ลวะรอ, เล่ม 1,หน้า 478, สถาบันอาลุลบัยต์, พิมพ์ครั้งแรก,ฮ.ศ.1417
อัซซุบัยรี, มุศอับ, นะซับกุร็อยช์,หน้า 59,ดารุลมะอาริฟ,ไคโร,พิมพ์ครั้งที่สาม
บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 1288, ดารุลฟิกร์, เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,ฮ.ศ.1417
สิบฏ์ บิน เญาซี, ตัซกิเราะตุ้ลเคาะว้าศ, หน้า, 249, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์,เบรุต,พิมพ์ครั้งแรก,ฮ.ศ.1401

[2] อัลอิรบิลี, กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์ ฟีมะอ์ริฟะติลอะอิมมะฮ์, เล่ม 2,หน้า 38,ค้นคว้าเพิ่มเติมโดยเราะซูลี,ตับรีซ,ตลาดมัสญิดญามิอ์

[3] กุมี, เชคอับบาส, นะฟะซุลมะฮ์มูม,หน้า 415,416, สำนักพิมพ์มักตะบะฮ์ฮัยดะรียะฮ์,พิมพ์ครั้งแรก,1379
อัลอีก้อด,ชาฮ์ ดับดุลอะซีมี,หน้า 179,สำนักพิมพ์ฟีรู้ซออบอดี,พิมพ์ครั้งแรก,ฮ.ศ.1411
ฮาอิรี, มะอาลิสซิบฏ็อยน์,เล่ม 2,หน้า 170,สำนักพิมพ์อันนุอ์มาน,เบรุต,ฮ.ศ.1412
กุมี,เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 807,สำนักพิมพ์ฮิจรัต,พิมพ์ครั้งที่สี่,ฮ.ศ.1411
เฏาะบะรี,อิมาดุดดีน, กามิล บะฮาอี,เล่ม 2,หน้า 179,สำนักพิมพ์มุศเฏาะฟะวี

[4] มัจลิซี,มุฮัมมัดบากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 115 …یا اخی فاطم الصغیرة کلمّا فقد کاد قلبها ان یذوبا
อัลกุนดูซี,ยะนาบีอุ้ลมะวัดดะฮ์,เล่ม 2,หน้า 421,สำนักพิมพ์ชะรีฟเราะฎี,พิมพ์ครั้งแรก,1371

[5] มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 37, สำนักพิมพ์อิลมียะอ์อิสลามียะฮ์

[6] เฏาะบัรซี,อะอ์ลามุ้ลวะรอ,เล่ม 1,หน้า 418, สำนักพิมพ์อาลุลบัยต์ และ มุฟี้ด,มุฮัมมัด บิน นุอ์มาน, อัลอิรช้าด,หน้า 25 และ อัลอิรบิลี,กัชฟุ้ลฆุมมะฮ์,หน้า 157

[7] มูซะวี, อับดุรร็อซซ้าก, มักตะลุลฮุเซน(อ.), หน้า 397, สำนักพิมพ์บะศีเราะตี

[8] เพิ่งอ้าง

[9] ซะฮะบี, ตารีคุ้ลอิสลาม,เล่ม 7,หน้า 371, ดารุลกิตาบิลอะเราะบี,เบรุต,เลบานอน

[10] อบุลฟะร็อจ อิศฟะฮานี,มะกอติลุฏฏอลิบียีน, หน้า 94,119,133,167,   และ บะลาซุรี, อันซาบุลอัชร้อฟ,เล่ม 3,หน้า 362, และ อิบนิ ฮันนาน, อัษษิก้อต, เล่ม 4,หน้า 351, สำนักพิมพ์กุตุบุษษิกอฟะฮ์, และ อัลบุคอรี,ตารีคิสเศาะฆี้ร,เล่ม 1,หน้า 273, ดารุลมะอ์ริฟะฮ์,เลบานอน,เบรุต และ อัลอัศฟะรี,ตารีค เคาะลีฟะฮ์ บิน ค็อยยาฏ,หน้า 274, ดารุลฟิกร์,เบรุต และ มุฮัมมัด บิน สะอ์ด, เฏาะบะกอตุ้ลกุ้บรอ,เล่ม 8,หน้า 475,เบรุต และ อัลมัซนี,ตะฮ์ซีบุ้ลกะมาล,เล่ม 6,หน้า 397, สำนักพิมพ์ริซาละฮ์, และ อิบนิ อามิร,ตารีคุลมะดีนะฮ์,เล่ม 2,หน้า 52 และ เล่ม 29,หน้า 69, ดารุลฟิกร์, ดามัสกัส, และ อิบนิ มากูลา, อิกมาลุ้ลกะมาล,เล่ม 4,หน้า 316, และ เล่ม 7,หน้า 107,ดารุลกิตาบิลอิสลามี,ไคโร และ มัจลิซี,มุฮัมมัด บากิร, บิฮารุลอันว้าร,เล่ม 45,หน้า 47และหน้า 169,เบรุต และ กุมี, เชคอับบาส, มุนตะฮัลอาม้าล,เล่ม 1,หน้า 547, สำนักพิมพ์ฮุซัยนี

[11] มุฟี้ด, มุฮัมมัด บินนุอ์มาน, อัลอิรช้าด,เล่ม 2,หน้า 22, แปลโดย เราะซูลี มะฮัลลอที,สำนักพิมพ์อิลมียะฮ์อิสลามียะฮ์, ดูระเบียน: บุตรธิดาของอิมามฮุเซน(อ.)

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • ฐานะภาพของบรรดาอิมามสูงส่งกว่าบรรดานบีจริงหรือ?
    7966 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/12/20
    ฮะดีษมากมายระบุว่าบรรดาอิมามมีความสูงส่งเหนือบรรดานบีทั้งนี้ก็เนื่องจากรัศมีทางจิตใจของบรรดาอิมามหลอมรวมกับท่านนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) ฉะนั้นในเมื่อท่านนบีมีศักดิ์เหนือบรรดานบีท่านอื่นๆวุฒิภาวะที่บรรดาอิมามได้รับการถ่ายทอดจากนบีมุฮัมมัด (ซ.ล.) จึงเหนือกว่านบีทุกท่าน ประเด็นที่ว่ามนุษย์มีศักดิ์ที่สูงกว่ามลาอิกะฮ์นั้นถือเป็นสิ่งที่อิสลามยอมรับฉะนั้นการที่อิมามผู้ไร้บาปจะมีศักดิ์เหนือกว่ามลาอิกะฮ์จึงไม่ไช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด ...
  • การรู้พระเจ้าเป็นไปได้ไหมสำหรับมนุษย์ ขอบเขตและคุณค่าของการรู้จักมีมากน้อยเพียงใด ?
    8094 เทววิทยาดั้งเดิม 2553/12/22
    มนุษย์สามารถรู้พระเจ้าด้วยวิธีการที่แตกต่างกันหลายวิธีซึ่งเป็นไปได้ที่การรู้จักอาจผ่านเหตุผล (สติปัญญา)หรือผ่านทางจิตใจบางครั้งอาจเป็นเหมือนปราชญ์ผู้ชาญฉลาดซึ่งรู้จักโดยผ่านทางความรู้ประจักษ์หรือการช่วยเหลือทางความรู้สึกและสิตปัญญาในการพิสูจน์จนกระทั่งเกิดความเข้าใจหรือบางครั้งอาจเป็นเหมือนพวกอาริฟ (บรรลุญาณ),รู้จักเองโดยไม่ผ่านสื่อเป็นความรู้ที่ปรากฏขึ้นเองซึ่งเรียกว่าจิตสำนึกตัวอย่างเช่นการค้นพบการมีอยู่ของไฟบางครั้งผ่านควันไฟที่พวยพุ่งขึ้นทำให้เกิดความเข้าใจหรือเวลาที่มองเห็นไฟทำให้รู้ได้ทันทีหรือเห็นรอยไหม้บนร่างกายก็ทำให้รู้ได้เช่นกันว่ามีไฟ
  • ผมได้หมั้นหมายกับคู่หมั้นมานานเกือบ 10 ปี แล้วเราสามารถอ่านอักด์ชัรอียฺก่อนแต่งงานตามกฎหมายได้หรือไม่?
    7185 สิทธิและกฎหมาย 2555/04/07
    คำตอบจากบรรดามัรญิอฺตักลีดเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ตามที่มีผู้ถามมา[1] ฯพณฯท่านอายะตุลลอฮฺ .. : 1. ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ คอเมเนอี : ด้วยการใส่ใจและตรวจสอบเงื่อนไขทางชัรอียฺแล้ว, โดยตัวของมันไม่มีปัญหาแต่อย่างใด 2.ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ ซิตตานียฺ : การอ่านอักด์นิกาห์กับหญิงสาวบริสุทธิ์ต้องขออนุญาตบิดาของเธอก่อน 3.ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ ซอฟฟี ฆุลภัยฆอนียฺ : การแต่งงานของชายผู้ศรัทธากับหญิงผู้ศรัทธา มีเงื่อนไขหลักหลายประการ (เช่น การได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองของฝ่ายหญิงเป็นต้น) โดยตัวของมันแล้วไม่มีปัญหา แต่ถ้มีปัญหาอื่นจงเขียนคำถามมาให้ชัดเจน เพื่อจะได้ตอบไปตามความเหมาะสม 4.ฯพณฯ ท่านอายะตุลลอฮฺ มะการิม ชีรอซียฺ : ตามตัวบทกฎหมายของรัฐอิสลาม, การแต่งงานลักษณะนี้ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ...
  • ฮะดีษที่กล่าวว่า ท่านศาสดา (ซ.ล.) กล่าวว่า “จงทานแอปเปิ้ลเมื่อท้องว่าง (ในช่วงเช้า) เพราะจะช่วยชำระล้างกระเพาะ” เป็นฮะดีษที่ถูกต้องหรือไม่?
    11656 ดิรอยะตุลฮะดีซ 2555/06/23
    แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่นอกจากจะมีประโยชน์ทางด้านสารอาหารแล้ว ยังมีสรรพคุณทางด้านการรักษาและเป็นยาอีกด้วย ซึ่งเหล่าบรรดาแพทย์ทั้งสมัยก่อนและสมัยใหม่ได้กล่าวและเขียนเกี่ยวกับมันมากมาย เกี่ยวกับประโยชน์และสรรพคุณของแอปเปิ้ล นอกจากทัศนะของเหล่าบรรดาแพทย์ทั้งหลายแล้ว เราจะพบฮะดีษบางบทจากบรรดามะอ์ศูมีนในหนังสือทางประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน หนึ่งในนั้นคือฮะดีษที่ได้กล่าวมาในคำถามข้างต้นที่กล่าวว่า “و قال النبی (ص) کلوا التفاح علی الريق فإنه وضوح المعده”[1] จงทานแอปเปิ้ลเมื่อท้องว่าง (ในยามเช้า) เพราะจะช่วยชำระล้างกระเพาะ” และฮะดีษนี้รายงานจากอิมามอลี (อ.) โดยมีเนื้อหาดังนี้ “كُلُوا التُّفَّاحَ فَإِنَّهُ يَدْبُغُ الْمَعِدَةَ” จงกินแอปเปิ้ล เนื่องจากแอปเปิ้ลจะช่วยชำระล้างกระเพาะ ฮะดีษดังกล่าวนอกจากจะปรากฏในหนังสือมะการิมุลอัคลากแล้ว ยังจะพบได้ในหนังสือบิฮารุลอันวารของท่านมัจลิซีย์และมุสตัดร็อกของท่านนูรีย์อีกด้วย นอกจากนี้ท่านอิมามศอดิก (อ.) ก็ได้กล่าวถึงสรรพคุณของแอปเปิ้ลว่า “หากประชาชนได้รู้ถึงสรรพคุณที่มีอยู่ในแอปเปิ้ล พวกเขาจะใช้แอปเปิ้ลรักษาผู้ป่วยของตนเพียงอย่างเดียว”
  • เพราะอะไรจึงเรียกชาวยะฮูดียฺทั้งหลายว่า ยะฮูด?
    13923 เทววิทยาดั้งเดิม 2555/04/07
    เกี่ยวกับสาเหตุที่ตั้งชื่อหมู่ชน อิสราเอล ว่ายะฮูด, มีความเห็นแตกต่างกัน, บางคนกล่าวว่า “ยะฮูด” หมายถึงผู้ที่ได้รับการชี้นำทางแล้ว ซึ่งสาเหตุของมันก็คือ การกลับตัวกลับใจ (เตาบะฮฺ) ของหมู่ชนมูชา (อ.) จากการเคารพสักการลูกวัว[1] บางคนกล่าวว่าสาเหตุของการเรียกหมู่ชนอิสราเอลว่า “ยะฮูด” ก็เนื่องจากบุตรคนที่ 4 ของศาสดายะอฺกูบ ซึ่งมีชื่อว่า “ยะฮูดา” ซึ่งคำว่า “ยะฮูด” ได้ผันมาจากคำว่า “ยะฮูซ” จุดบนตัว ซาล ได้ตัดขาดหายไป[2] [1] ฏอละกอนียฺ, ...
  • การปรากฏกายชั้นศุฆรอเป็นหัวข้อหนึ่งในหลักมะฮ์ดะวียัตหรือไม่?
    7109 เทววิทยาดั้งเดิม 2555/03/07
    การปรากฏกายชั้นศุฆรอเป็นสำนวนที่เกี่ยวโยงกับการเร้นกายขั้นศุฆรอ ซึ่งต้องการจะสื่อว่า ในเมื่อท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)เคยมีการเร้นกายขั้นศุฆรอ(เล็ก)ก่อนการเร้นกายขั้นกุบรอ(ใหญ่) ก็ย่อมจะมีการปรากฏกายชั้นศุฆรอก่อนจะปรากฏกายขั้นกุบรอระดับโลกเช่นกัน อนึ่ง สำนวนดังกล่าวไม่มีพื้นเพจากฮะดีษใดๆ ...
  • นมาซหมายถึงอะไร? เพราะเหตุใดเยาวชนจึงหลีกเลี่ยงการนมาซ
    15679 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/10/22
    นมาซ,คือขั้นสุดท้ายของการพัฒนาจิตวิญญาณของผู้ขัดเกลาทั้งหลาย ซึ่งเขาจะได้สัมผัสและสนทนากับพระเจ้าของตนโดยปราศจากสื่อกลางในการพูดอัลลอฮฺ (ซบ.) ตรัสไว้ในอัลกุรอานว่า : จงนมาซเถิด เพื่อจะได้ฟื้นฟูการรำลึกถึงฉัน และฉันจะรำลึกถึงพวกท่านโดยผ่านนมาซ ถ้าหากการรำลึกถึงอัลลอฮฺจะปรากฏออกมาโดยผ่านนมาซแล้วละก็, จะทำให้หัวใจของมนุษย์มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น, เนื่องจากการรำลึกถึงพระเจ้าจะทำให้จิตใจมีความเชื่อมั่น, ผู้นมาซทุกท่านเท่ากับได้ทำลายสัญชาติญาณแห่งความเป็นเดรัจฉานของตน และฟื้นฟูธรรมชาติแห่งความเป็นมนุษย์ของตนเองให้มีชีวิตชีวา,คุณลักษณะพิเศษของนมาซ, คือการฟื้นฟูธรรมชาติแห่งตัวตน,ผู้นมาซทุกคนที่ได้รับความมั่นใจ และความสงบอันเกิดจากนมาซ จะไม่แสดงความอ่อนไหวต่อสภาพชีวิตการเป็นอยู่ จะไม่แสดงความอ่อนแอแม้จะอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่และมีความลำบากยิ่ง ถ้าหากมีความดีงามมาถึงยังพวกเขา, พวกเขาจะไม่กีดกันและจะไม่หวงห้ามสำหรับคนอื่นนมาซคือ เกาซัร (สระน้ำ) ...
  • ในเมื่อนบีมูซาสังหารชายกิบฏี แล้วจะเชื่อว่าท่านไร้บาปได้อย่างไร?
    10842 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/08/17
    นบีทุกท่านล้วนเป็นผู้ปราศจากบาปและมีสถานะอันสูงส่งณอัลลอฮ์ (ตามระดับขั้นของแต่ละท่าน) และมีภาระหน้าที่ๆหนักกว่าคนทั่วไปโดยมาตรฐานของบรรดานบีแล้วการให้ความสำคัญต่อสิ่งอื่นนอกเหนืออัลลอฮ์ถือเป็นบาปอันใหญ่หลวงอย่างไรก็ดีนักวิชาการมีคำอธิบายเกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารชายชาวกิบฏีหลายทัศนะคำอธิบายที่น่าสนใจที่สุดคือท่านมิได้ทำบาปใดๆเนื่องจากการสังหารชาวกิบฏีในครั้งนั้นไม่เป็นฮะรอมเพราะควรแก่เหตุเพียงแต่ท่านไม่ควรรีบลงมือเช่นนั้นสำนวนในโองการกุรอานก็มิได้ระบุว่าเหตุดังกล่าวคือบาปของท่านดังที่มะอ์มูนถามอิมามริฎอ(อ.)เกี่ยวกับคำพูดของนบีมูซาที่ว่า “นี่คือการกระทำของชัยฏอนมันคือศัตรูผู้ล่อลวงอย่างชัดแจ้ง” หรือที่กล่าวว่า “
  • ทำอย่างไรมนุษย์จึงจะกลายเป็นที่รักยิ่งของอัลลอฮฺ?
    6476 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/21
    คำว่า “มุฮิบบัต” มาจากรากศัพท์คำว่า “ฮุบ” หมายถึงมิตรภาพความรัก. ความรักของอัลลอฮฺ (ซบ.) ที่มีต่อปวงบ่าวข้าทาสบริพารมิได้มีความเข้าใจเหมือนกับความรักสามัญทั่วไป, เนื่องจากความสิ่งจำเป็นของความรักในความหมายของสามัญคือปฏิกิริยาแสดงออกของจิตใจและอารมณ์ซึ่งอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงบริสุทธิ์จากสิ่งเหล่านี้, ทว่าความรักที่อัลลอฮฺทรงมีต่อปวงบ่าว,
  • ผู้มีญุนุบที่ได้ทำตะยัมมุมแทนการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่ สามารถเข้ามัสยิดได้หรือไม่?
    7876 สิทธิและกฎหมาย 2554/08/08
    ผู้ที่มีญุนุบที่อยู่ในเงื่อนไขที่สามารถทำตะญัมมุมแทนการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่นั้นหลังจากที่ได้ทำการตะยัมมุมแทนการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่แล้วก็สามารถเข้าไปในมัสยิดเพื่อร่วมทำนมาซญะมาอัตหรือฟังบรรยายธรรมได้ท่านอิมามโคมัยนีได้ให้คำตอบเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวว่า: “ผลพวงทางด้านชาริอะฮ์ที่เกิดขึ้นจากการอาบน้ำยกหะดัสใหญ่จะมีในกรณีการทำการตะยัมมุมทดแทนเช่นกันนอกจากกรณีการตะยัมมุมทดแทนด้วยเหตุผลที่จะหมดเวลานมาซมัรญะอ์ท่านอื่นๆก็มีทัศนะนี้เช่นเดียวกัน

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    61645 สิทธิและกฎหมาย 2554/07/07
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    59183 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/07/03
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    43620 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/06/12
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    41858 วิทยาการกุรอาน 2555/08/22
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    40267 จริยธรรมปฏิบัติ 2554/11/14
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    35393 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/06/12
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    29607 การตีความ (ตัฟซีร) 2553/12/22
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    29442 เทววิทยาดั้งเดิม 2554/03/08
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    29279 การตีความ (ตัฟซีร) 2555/02/07
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    27100 รหัสยทฤษฎี 2555/05/17
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...