การค้นหาขั้นสูง
ผู้เยี่ยมชม
4675
อัปเดตเกี่ยวกับ: 2554/11/21
 
รหัสในเว็บไซต์ fa1426 รหัสสำเนา 19003
คำถามอย่างย่อ
ท่านอิมามฮุซัยนฺและเหล่าสหายในวันอาชูทั้งที่มีน้ำอยู่เพียงน้อยนิด และฆุซลฺได้อย่างไร?
คำถาม
ตำราประวัติศาสตร์,และตำราอธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันอาชูรอ, หลังจากกล่าวถึงเรื่องราวประการหนึ่งคือ ท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ได้นมาซซุบฮฺพร้อมกับเหล่าสหายเสร็จแล้ว ท่านได้จัดระเบียบทหารใหม่, ซึ่งตำราเหล่านี้กล่าวว่า : “أمر فضرب له فسطاط ، ثم أمر بمسک فمیث فی جفنة، ثم دخل الحسین فاستعمل النورة و" แสดงให้เห็นว่าท่านอิมาม (อ.) ได้ออกคำสั่งตั้งคัยมะฮฺ และสั่งให้นำสิ่งทำความสะอาดมาให้ท่าน ซึ่งสิ่งนั้นบรรจุอยู่ในภาชนะ, หลังจากนั้นท่านได้เข้าไปในคัยมะฮฺเพื่อขจัดขนที่ยาวรกรุงรัง โดยใช้ “นูเราะฮู” และยังมีสิ่งอื่นอีกโดยกล่าวว่า, มีสหายสองคนของท่านอิมามได้รีบเข้าไปในคัยมะฮฺหลังจากอิมาม เพื่อแข่งขันกับท่านอิมาม หลังจากนั้นท่านอิมามได้ออกมาข้างนอกคัยมะฮฺ และเข้าไปในคัยมะฮฺเพื่อทำความสะอาด ซึ่งบางส่วนได้ชำระล้างด้วยใบพุทรา ซึ่งผู้เขียนได้อธิบายว่า อิมาม ได้ฆุซลฺชะฮาดัต ซึ่งพวกเราทั้งหมดทราบเป็นอย่างดีว่า ฆุซลฺ ชะฮาดัตนั้นไม่ต้องการ นูเราะฮฺ แต่อย่างใด
ซึ่งเหตุผลของการทำความสะอาดนั้นสามารถจับประเด็นได้จาก การสนทนาระหว่าง อับดุรเราะฮฺมาน บุตรของ อับดุร็อบบะฮฺ กับบุเรร บุตรขิง ฮะฎีรุลฮัมดานียฺ ...บุเรร ได้พูดคุยกับอับดุรเราะฮฺมาน ซึ่งอับดุรเราะฮมานกล่าวกับเขาว่า :
ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพิถึพิถันอะไรอีก
บุเรรกล่าวว่า : ฉันขอสาบานด้วยพระนามอัลลอฮฺ ซึ่งเผ่าชนของฉันนับถือ, ทั้งชายหนุ่มและผู้อาวุโสต่างไม่ชอบเรื่องการพูดพร่ำ แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าฉัน และสิ่งที่ฉันได้รับแจ้งข่าวดีนั้น ฉันดีใจมาก ฉันขอสาบานด้วยพระนามอัลลอฮฺว่า ความห่างระหว่างเรากับนาวสวรรค์ผู้มีความงามเสมือนรุ่งอรุณในยามเช้าตรู่ อยู่แค่เพียงพวกเขา (ทหารของอุมมัร บิน สะอัด) ได้ชักดาบแล้วฟันลงมาบนเราเท่านั้นเอง
อย่างไรก็ตามสาเหตุนั้นไม่สำคัญเท่าไหร่นัก เพราะเกี่ยวข้องกับท่านอิมาม (อ.) กับสหายของท่าน, สิ่งที่เป็นคำถามหนักใจคือความขัดแย้งกันที่มีอยู่ระหว่างเรื่องราวต่างๆ ของท่านอิมามฮุซัยนฺ (อ.) ซึ่งการจัดพิธีกรรมให้กับโศกนาฏกรรมของท่านอิมาม (อ.) ซึ่งสิ่งที่เราได้ยินกันมาตั้งนมนานแล้วคือ ทุกคนต่างกล่าวกันถึงเรื่อง การไม่มีน้ำในคัยมะฮฺของท่านอิมาม จนกระทั่งประวัติศาสตร์ก็ได้บันทึกเอาไว้ด้วย
ประโยคที่ได้กล่าวตอนต้นนั้นคัดลอกมาจากหนังสือประวัติศาสตร์ “อัลกามิลฟิลตารีค” (พิมพ์ที่เบรูต 1987 ดารุลกุตุบ อัลอะละมียะฮฺ), อะซัร (อิบนุ อะซีรุลญัซรียฺ) เสียชีวิตเมื่อปี ฮ.ศ. 630, หน้าที่ 418.
ตำราบางเล่มที่ได้กล่าวถึงเรื่องราวดังกล่าว ประกอบด้วย :
- มักตะลุลฮุซัยนฺ และเล่มที่ห้า เฏาะบะกอต อาซาร วากิดียฺ
- ตารีค อัฏฏ็อบรียฺ, มุฮัมมัด บิน ญะรีร อัฏฏ็อบรียฺ (ฮ.ศ. 224 – 310), เล่ม 5, หน้า 422 – 423, พิมพ์ครั้งที่ 2, กอเฮเราะฮฺ ปี 1967, ดารุลมะอาริฟ
- อัลบิดายะฮฺ วันนิฮายะฮฺ, อิบนุกะซีร (ฮ.ศ. 701 – 774) เล่ม 11, หน้า 534, พิมพ์ครั้งแรก ดารุลฮิจญฺ 1998.
- ซีเราะฮฺมะอฺซูมอน, ซัยยิดมุฮฺซิน อะมีน ยะบัล ออมิลียฺ, แปลโดย อะลี ฮุจญฺตียฺ เกรมอนนียฺ, เล่ม 4, หน้า 152, และหนังสืออื่นๆ อีก
ดังนั้นเมื่อพิจารณาสิ่งที่กล่าวผ่านมา, จะพบว่าการขาดน้ำอย่างน้อยที่สุดจนถึงตอนเช้าของวันอาชูรอไม่มีปัญหาเรื่องน้ำ เนื่องจากการจัดเตรียมน้ำไว้อย่างพอเพียงแล้ว โดยท่านอิมาม (อ.) กับสหายอีกสองคนของท่านยังได้ทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำนั้น แน่นอน ถ้าหากสภาพเป็นดังเช่นที่กล่าวมาจริงละก็ ปัญหาจะอยู่ที่ว่าเราต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ได้กล่าวกันมาอย่างช้านานในพิธีกรรมที่จัดขึ้น และทุกที่กล่าวเหมือนกันหมดว่า คัยมะฮฺ อิมามฮุซัยนฺ (อ.) ปราศจากน้ำ ซึ่งท่านอิมามได้เก็บน้ำไว้แค่พอเพียงสำหรับเด็กๆ ที่จะดื่มเพื่อดับกระหายเท่านั้น ดังนั้น ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นนี้ จะอธิบายอย่างไร?
คำตอบโดยสังเขป

การพิจารณาและวิเคราะห์รายงานทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับความกระหายของเหล่าสหาย และบรรดาอธฮฺลุลบัยตฺของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) และรายงานที่กล่าวถึง การฆุซลฺ (อาบน้ำตามหลักการ) การชำระล้าง และวุฎูอ์ของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) กับสหายของท่านในตอนเช้าของวันอาชูรอ, จำเป็นต้องกล่าวว่าตรงนี้คือ หนึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงและเป็นความเชื่อถือทางประวัติศาสตร์คือ การห้อมล้อมกองคาราวานของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) เพื่อมิได้สัมผัสกับน้ำ และอีกประการหนึ่งคือความหิวกระหายของท่านอิมาม (.) ในช่วงสุดท้ายของการเป็นชะฮาดัต, แต่มีคำกล่าวอย่างอื่นอีกในหนังสือประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่มีสิ่งใดเชื่อถือได้ทั้งสิ้น ประกอบกับสายรายงานก็ไม่หน้าเชื่อถือแต่อย่างใด

และถ้าเราไม่ใส่ใจในสายรายงานฮะดีซ โดยจับประเด็นต่างๆ ที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้มาตีความและสรุป ถ้ากระทำเช่นนั้นจริงต้องพิจารณาประเด็นต่อไปนี้ด้วย :

1.ท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) กับสหายของท่านต่างมีความเชื่อมั่นในเรื่องการเป็น ชะฮีด ตั้งแต่แรกแล้ว และท่านก็ได้เตรียมพร้อมตัวเองเพื่อชะฮีดมาก่อนแล้ว, ด้วยเหตุนี้ ท่านอิมาม (.) จึงปรารถนาที่จะให้การชะฮีดในครั้งนี้มีความสวยงามที่สุดทั้งภายนอกและภายใน มีความสะอาดบริสุทธิ์ที่สุดในรายละเอียดปลีกย่อยของการเป็นชะฮีดครั้งนี้, และเราทุกคนต่างทราบกันเป็นอย่างดีว่า การฆุซลฺ นั้นเป็นการชำระล้างภายนอกร่างกายให้สะอาด อันเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการชำระล้างภายในและจิตวิญญาณให้สะอาดตามไปด้วย, แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาก็คือ (การฆุซลฺที่ไม่ใช่กิจวัตร) ไม่ต้องใช้น้ำจำนวนมากมายอะไร ทว่าน้ำเพียงเล็กน้อยก็สามารถฆุซลฺได้แล้ว

2. การห้อมล้อมของฝ่ายศัตรูที่ได้กระทำอย่างเข้มแข็งเพื่อมิให้กองคาราวานของท่านอิมาม (.) ได้สัมผัสกับน้ำ, ประกอบกับอากาศที่ร้อนระอุ, และยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ อากาศก็จะยิ่งร้อนเป็นทวีคูณ, ดังนั้น สามารถกล่าวได้ว่า เวลาที่อิมาม (.) สั่งให้ฆุซลฺ หรือชำระล้างทำความสะอาดนั้นอาจตรงกับช่วงเวลาที่พอจะหาน้ำได้ ไม่ว่าด้วยวิธีการใดก็ตาม แต่หลังจากนั้นฝ่ายศัตรูได้จำกัดพื้นที กดดัน และบีบบังคับมากยิ่งขึ้น ประกอบกับอากาศก็ทวีความร้อนรุอุรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้กองคาราวานของท่านอิมามต้องเผชิญกับความหิวกระหายอย่างรุนแรงในตอนบ่าย

3.อาจเป็นไปได้ว่าน้ำที่ใช้ฆุซลฺนั้น เป็นน้ำที่ไม่สามารถดื่มกินได้.

ด้วยเหตุนี้เอง สามารถกล่าวได้ว่ารายงานทั้งสองกลุ่มที่มีอยู่สามารถยอมรับได้ โดยไม่ขัดแย้งกัน

คำตอบเชิงรายละเอียด

พยานหลักฐานที่มีอยู่เกี่ยวกับความหิวกระหายของท่านอิมามฮุซัยน (.) กับเหล่าสหาย และการปิดห้อมล้อมกองคาราวานของท่านเพื่อไม่ให้มีน้ำ สิ่งที่ตกทอดมาถึงมือเราปัจจุบันคือ

1.บันทึกทางประวัติศาสตร์ทั้งหมด ต่างมีความเห็นพร้องต้องกันว่าประมาณ 3 วันก่อนการชะฮาดัตของท่านอิมามฮุซัยนฺ (.) และสหาย น้ำได้ถูกปิดล้อมไปแล้ว, โดยอิบนุซิยาด ได้มีคำสั่งแก่อัมรุสะอัด (ขออัลลอฮฺทรงสาปแช่งเขา) ว่า จงกีดกั้นขวางทางระหว่างกองคาราวานของท่านฮุซัยนฺ บิน อะลีกับน้ำเอาไว้ และจงอย่าให้พวกเขาได้มีโอกาสสัมผัสน้ำเลยแม้แต่น้อย และในการนี้อุมะริบสะอัด กับอุมัร บินฮัจญาจญฺ ได้ใช้ทหารถึง 500 คน

แปลคำถามภาษาต่างๆ
ความเห็น
จำนวนความเห็น 0
กรุณาป้อนค่า
ตัวอย่าง : Yourname@YourDomane.ext
กรุณาป้อนค่า
<< ลากฉัน
กรุณากรอกจำนวนที่ถูกต้องของ รหัสรักษาความปลอดภัย

หมวดหมู่

คำถามสุ่ม

  • แต่งงานมา 8 ปีและไม่เคยชำระคุมุสเลย กรุณาให้คำแนะนำด้วย
    4427 วิธีคำนวนและชำระคุมุส
    สำนักงานของท่านอายาตุลลอฮ์อุซมา ซิซตานี วันแรกของการทำงานถือว่าเป็นต้นปีของการชำระคุมุส และในวันครบรอบวันนั้นของทุก ๆ ปีจำเป็นที่จะต้องชำระคุมุสในสิ่งที่เหลือใช้ ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือสิ่งของก็ตาม เช่นข้าวสารอาหารแห้ง ข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าที่เหลือใช้เป็นต้น หากภายในหนึ่งปีไม่ได้ใช้สิ่งของเหล่านั้น และหากปีก่อน ๆ ไม่ได้คำนวนและชำระคุมุสก็จะต้องทำเช่นนี้ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี จะต้องชำระย้อนหลังในส่วนที่หลงเหลือมาจนทบปีใหม่ซึ่งเผอิญใช้ชำระไปทั้งที่ยังไม่ได้ชำระคุมุสของปีก่อนๆ และหากไม่แน่ใจว่าคุมุสที่ค้างอยู่นั้นมีจำนวนเท่าใด จะต้องชำระในจำนวนที่แน่ใจไว้ก่อน ถึงแม้ว่าจะทยอยชำระก็ตาม และอิฮ์ติยาฏวาญิบจะต้องเจรจากับตัวแทนของมัรญะอ์เกี่ยวกับจำนวนคุมุสที่คลุมเคลือด้วย อย่างเช่น หากสันนิษฐานในระดับ 50 เปอร์เซนต์ว่าต้องชำระคุมุสจำนวนหนึ่ง ก็สามารถชำระครึ่งหนึ่งของคุมุสจำนวนนั้น และหากเป็นบ้าน, ของใช้ในบ้าน, รถ หรือของใช้อื่น ๆ ซึ่งได้ซื้อมาด้วยกับเงินที่ได้มาในตลอดทั้งปี และได้ใช้อยู่เป็นประจำก็จะถือว่าไม่ต้องชำระคุมุสแต่อย่างใด สำนักงานท่านอายาตุลลอฮ์อุซมา มะการิม ชีรอซี ไม่จำเป็นที่จะต้องชำระเงินคุมุสของบ้านและเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด อีกทั้งยานพาหนะ (ถ้ามี) ให้คำนวนของใช้ที่เหลือและหักลบหนี้สินที่เกี่ยวข้องออกไป สามารถชำระคุมุสจากเงินที่เหลือทั้งหมดด้วยเงินสดหรือเงินผ่อนได้
  • “ศอดุกอติฮินนะ” และ “อุญูริฮินนะ” ในกุรอานหมายถึงอะไร?
    5659 การตีความ (ตัฟซีร)
    คำว่า “ศอดุกอติฮินนะ”[1] มีการกล่าวถึงในประเด็นของการแต่งงานถาวร และได้กล่าวว่าสินสอดนั้นเป็น “ศิด้าก”[2] อายะฮ์ที่คำดังกล่าวปรากฏอยู่นั้น บ่งบอกถึงสิทธิที่สตรีจะต้องได้รับ และย้ำว่าสามีจะต้องจ่ายค่าสินสอดของภรรยาของตน[3] นอกจากว่าพวกนางจะยกสินสอดของนางให้กับเขา[4] นอกจากนี้คำนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความสัจจะและความจริงใจในการแต่งงานด้วยเช่นกัน[5] ส่วนคำว่า “อุญูริฮินนะ”[6] หมายถึงการแต่งงานชั่วคราวและที่เรียกกันว่า “มุตอะฮ์” นั้นเอง และกล่าวว่า “จะต้องจ่ายมะฮัรแก่สตรีที่ท่านได้แต่งงานชั่วคราวกับนางเนื่องจากสิ่งนี้เป็นวาญิบ”[7] คำถามนี้ไม่มีคำตอบเชิงรายละเอียด
  • สตรีสามารถที่จะติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นในโลกไซเบอร์โดยไม่ขออนุญาตจากสามีหรือไม่?
    4326 สิทธิและกฎหมาย
    คำตอบของบรรดามัรยิอ์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวมีดังนี้อายาตุลลอฮ์คอเมเนอี “หากไม่จำเป็นที่จะต้องครอบครองทรัพย์สินของสามีก็ถือว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาตแต่จะต้องคำนึงว่าการติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมส่วนใหญ่จะทำให้เกิด... หรืออาจจะทำให้ตกในการกระทำบาปซึ่งไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ซิซตานี “การติดต่อสื่อสารกับผู้ที่ไม่ใช่มะฮ์รอมถือว่าไม่อนุญาต”อายาตุลลอฮ์ศอฟีกุลฟัยกานี “โดยรวมแล้วการติดต่อสื่อสารในลักษณะนี้แม้ว่าสามีอนุญาติก็ไม่ถือว่าสามารถจะกระทำได้”ฮาดาวีเตหะรานี “หากการติดต่อสื่อสารในโลกไซเบอร์อยู่ในขอบเขตที่อนุญาตและไม่เกรงที่จะเกิดบาปเป็นที่อนุญาตและไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาติจากสามี” ...
  • เงินฝากบัญชีสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดยใช้ประโยชน์จากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย จำเป็นต้องจ่ายคุมซ์หรือไม่?
    4484 สิทธิและกฎหมาย
    ท่านผู้นำสูงสุดตอบคำถามที่ถามว่าบุคคลที่ไม่มีที่อยู่อาศัยได้เก็บสะสมเงินฝากเพื่อเตรียมไว้ซื้อบ้านและที่อยู่อาศัยเงินฝากต้องจ่ายคุมซ์ด้วยหรือไม่? ตอบว่า: การสะสมทรัพย์ถือเป็นรายได้ประเภทหนึ่งถ้าเตรียมไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตเมื่อครบรอบปีต้องจ่ายคุมซ์ด้วยเว้นเสียแต่ว่าได้สะสมเงินไว้เพื่อจัดซื้อของใช้ที่จำเป็นในชีวิตหรือเพื่อสำรองค่าใช้จ่ายจำเป็นในกรณีนี้ถ้าหากเลยรอบปีต้องจ่ายคุมซ์ไปแล้ว (เช่นสองสามเดือนหลังรอบปีคุมซ์) เขาได้ใช้ไปในเรื่องดังกล่าวนั้นไม่ต้องจ่ายคุมซ์
  • การปรากฏกายชั้นศุฆรอเป็นหัวข้อหนึ่งในหลักมะฮ์ดะวียัตหรือไม่?
    4460 เทววิทยาดั้งเดิม
    การปรากฏกายชั้นศุฆรอเป็นสำนวนที่เกี่ยวโยงกับการเร้นกายขั้นศุฆรอ ซึ่งต้องการจะสื่อว่า ในเมื่อท่านอิมามมะฮ์ดี(อ.)เคยมีการเร้นกายขั้นศุฆรอ(เล็ก)ก่อนการเร้นกายขั้นกุบรอ(ใหญ่) ก็ย่อมจะมีการปรากฏกายชั้นศุฆรอก่อนจะปรากฏกายขั้นกุบรอระดับโลกเช่นกัน อนึ่ง สำนวนดังกล่าวไม่มีพื้นเพจากฮะดีษใดๆ ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    30619 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • ดิฉันเป็นวัยรุ่นคนหนึ่ง อยากจะทราบว่าอะไรคือเป้าหมายของชีวิต?
    6451 ดิรอยะตุลฮะดีซ
    อิสลามมีคำสอนที่เกี่ยวกับเป้าหมายของชีวิตมากมายกุรอานได้ชี้แนะว่า “อิบาดัต” คือเป้าหมายของมนุษย์อันจะนำมาซึ่งการบรรลุธรรมตลอดจนความผาสุกในโลกนี้และโลกหน้าอีกนัยหนึ่งจุดประสงค์ของชีวิตก็คือการแข่งขันกันทำความดีซึ่งฮะดีษหลายบทก็ได้แจกแจงถึงรายละเอียดของเป้าหมายชีวิตอย่างชัดเจน ส่วนการศึกษาฮะดีษของบรรดามะอ์ศูมีน(อ.)นั้นจำเป็นต้องคำนึงว่าแม้ฮะดีษเหล่านี้จะมีประโยชน์สำหรับทุกคนแต่การที่จะอ้างฮะดีษบทใดบทหนึ่งถึงพวกท่านเหล่านั้นจำเป็นต้องคำนึงถึงเงื่อนไขบางประการซึ่งจะนำเสนอในหน้าคำตอบแบบสมบูรณ์ ...
  • เพราะอะไรจึงเรียกชาวยะฮูดียฺทั้งหลายว่า ยะฮูด?
    10305 เทววิทยาดั้งเดิม
    เกี่ยวกับสาเหตุที่ตั้งชื่อหมู่ชน อิสราเอล ว่ายะฮูด, มีความเห็นแตกต่างกัน, บางคนกล่าวว่า “ยะฮูด” หมายถึงผู้ที่ได้รับการชี้นำทางแล้ว ซึ่งสาเหตุของมันก็คือ การกลับตัวกลับใจ (เตาบะฮฺ) ของหมู่ชนมูชา (อ.) จากการเคารพสักการลูกวัว[1] บางคนกล่าวว่าสาเหตุของการเรียกหมู่ชนอิสราเอลว่า “ยะฮูด” ก็เนื่องจากบุตรคนที่ 4 ของศาสดายะอฺกูบ ซึ่งมีชื่อว่า “ยะฮูดา” ซึ่งคำว่า “ยะฮูด” ได้ผันมาจากคำว่า “ยะฮูซ” จุดบนตัว ซาล ได้ตัดขาดหายไป[2] [1] ฏอละกอนียฺ, ...
  • ถ้าก่อนที่จะเกิดความถูกต้อง (สงบ) ฝ่ายหนึ่งได้อ้างการบีบบังคับ หรือขู่กรรโชก ถือว่าสิ่งนี้มีผลต่อข้อผูกมัดหรือไม่?
    4379 สิทธิและกฎหมาย
    ในกรณีนี้บุคคลที่กล่าวอ้างว่าข้อผูกมัด (อักด์) ถูกต้องนั้นมาก่อนแต่ต้องกล่าวคำสาบานด้วยส่วนบุคคลที่กล่าวอ้างว่าได้มีการบีบบังคับหรือกรรโชกขู่เข็ญเกิดขึ้นจำเป็นต้องมีพยานยืนยันด้วย ...
  • ในวันอีดกุรบาน สามารถจะเชือดสัตว์กุรบานที่เขาหักได้หรือไม่?
    6246 สิทธิและกฎหมาย
    หากกุรบานในที่นี้หมายถึงการเชือดกุรบานในพิธีฮัจย์ที่ต้องกระทำในวันอีดกุรบาน ณ แผ่นดินมินา อุละมาส่วนใหญ่ให้ทัศนะไว้ว่า หากสัตว์ที่จะนำมาเชือดกุรบานมีเขาแต่เดิมอยู่ ทว่าปัจจุบันไม่มี หรือหักไป สามารถนำมาเชือดกุรบานได้[1] เว้นแต่ว่าเขาภายในหักหรือถูกตัดไป ในกรณีนี้จะทำให้กุรบานไม่ถูกต้อง แต่หากเขาภายนอกหักถือว่าไม่เป็นไร[2] ส่วนการเชือดกุรบานนอกพิธีฮัจย์ที่เหนียตกระทำเพื่อผลบุญในเชิงมุสตะฮับนั้น หากจะเชือดสัตว์ที่เขาหักก็ไม่มีปัญหาใดๆ อย่างไรก็ดี เราได้สอบถามปัญหานี้จากสำนักงานของมัรญะอ์ตักลี้ดท่านต่างๆได้ความดังนี้ อายะตุลลอฮ์คอเมเนอี,ซีสตานี, มะการิมชีรอซี : ไม่มีปัญหาใดๆ อายะตุลลอฮ์ศอฟี โฆลพอยฆอนี: สามารถกระทำได้ อินชาอัลลอฮ์ ขอพระองค์ทรงตอบรับ คำถามนี้ไม่มีคำตอบเชิงรายละเอียด [1] ผู้ที่มีทัศนะเช่นนี้ได้แก่ อายะตุลลอฮ์.. ...

เนื้อหาที่มีผู้อ่านมากที่สุด

  • อะไรคือหน้าที่ๆภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีบ้าง?
    54580 สิทธิและกฎหมาย
    ความมั่นคงของชีวิตคู่ขึ้นอยู่กับความรักความผูกพัน ความเข้าใจ การให้เกียรติและเคารพสิทธิของกันและกัน และเพื่อที่สถาบันครอบครัวจะยังคงมั่นคงเป็นปึกแผ่น อิสลามจึงได้ระบุถึงสิทธิของทั้งภรรยาและสามี ขณะเดียวกันก็ได้กำหนดหน้าที่สำหรับทั้งสองฝ่ายไว้ด้วย เนื่องจากเมื่ออัลลอฮ์ประทานสิทธิ ก็มักจะกำหนดหน้าที่กำกับไว้ด้วยเสมอ ข้อเขียนนี้จะนำเสนอหน้าที่ทางศาสนาบางส่วนที่ภรรยาพึงปฏิบัติต่อสามีดังต่อไปนี้:1. ...
  • ดุอาใดบ้างที่ทำให้ได้รับพรเร็วที่สุด?
    52839 จริยธรรมปฏิบัติ
    มีดุอาที่รายงานจากอิมาม(อ.)หลายบทที่กล่าวขานกันว่าเห็นผลตอบรับอย่างรวดเร็ว แต่เนื่องจากไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาดุอาทั้งหมด ณ ที่นี้ได้ จึงขอกล่าวเพียงชื่อดุอาที่มีความสำคัญเป็นพิเศษดังต่อไปนี้1. ดุอาตะวัซซุ้ล2. ดุอาฟะร็อจ
  • กรุณานำเสนอบทดุอาเพื่อให้ได้พบคู่ครองที่เหมาะสมและเปี่ยมด้วยตักวา
    38902 จริยธรรมปฏิบัติ
    ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีปัจจัยและเงื่อนไขจำเพาะตามที่พระเจ้าทรงกำหนดหากเราประสงค์สิ่งใดย่อมต้องเริ่มจากการตระเตรียมปัจจัยและเงื่อนไขเสียก่อนปัจจัยของการแต่งงานคือการเสาะหาและศึกษาอย่างละเอียดทว่าเพื่อความสัมฤทธิ์ผลในการดังกล่าวจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากอัลลอฮ์เพื่อทรงชี้นำการตัดสินใจและความพยายามของเราให้บรรลุดังใจหมาย.การอ่านบทดุอาต่างๆที่รายงานจากบรรดาอิมาม(อ)ต้องควบคู่กับความพยายามศึกษาและเสาะหาคู่ครองอย่างถี่ถ้วน. หนึ่งในดุอาที่เกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะก็คือรายงานที่ตกทอดมาจากท่านอลี(อ)ดังต่อไปนี้: “ผู้ใดประสงค์จะมีคู่ครอง
  • ครูบาอาจารย์และลูกศิษย์(นักเรียนนักศึกษา)มีหน้าที่ต่อกันอย่างไร?
    36207 จริยธรรมปฏิบัติ
    ผู้สอนและผู้เรียนมีหน้าที่ต่อกันหลายประการด้วยกันซึ่งสามารถจำแนกออกเป็นสองส่วนก. หน้าที่ที่ผู้สอนมีต่อผู้เรียนอันประกอบด้วยหน้าที่ทางจริยธรรมการอบรมและวิชาการ ข. หน้าที่ที่ผู้เรียนมีต่อผู้สอนอาทิเช่นการให้เกียรติครูบาอาจารย์ยกย่องวิทยฐานะของท่านนอบน้อมถ่อมตน ...ฯลฯ ...
  • ด้วยเหตุผลอันใดที่ต้องกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อน บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม?
    33618 วิทยาการกุรอาน
    หนึ่งในมารยาทของการอ่านอัลกุรอาน ซึ่งมีกล่าวไว้ในอัลกุรอาน และรายงานฮะดีซคือ การกล่าว อะอูซุบิลลาฮิ มินัชชัยฏอน นิรเราะญีม ก่อนที่จะเริ่มอ่านอัลกุรอาน หรือแม้แต่ให้กล่าวก่อนที่จะกล่าว บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม เสียด้วยซ้ำไป ด้วยเหตุผลที่ว่า บิซมิลลาฮิรเราะฮฺมานนิรเราะฮีม นั้นเป็นส่วนหนึ่งของอัลกุรอาน อย่างไรก็ตามการขอความคุ้มครองจากอัลลอฮฺ มิใช่แค่เป็นเพียงคำพูดเท่านั้น ทว่าสิ่งนี้จะต้องฝังลึกอยู่ภายในจิตวิญญาณของเรา ซึ่งต้องสำนึกสิ่งนี้อยู่เสมอตลอดการอ่านอัลกุรอาน ...
  • ก่อนการสร้างนบีอาดัม(อ) เคยมีการแต่งตั้งญินให้เป็นศาสนทูตสำหรับฝ่ายญินหรือไม่?
    30619 เทววิทยาดั้งเดิม
    อัลกุรอานยืนยันการมีอยู่ของเหล่าญินรวมทั้งได้อธิบายคุณลักษณะบางประการไว้ถึงแม้ว่าข้อมูลของเราเกี่ยวกับโลกของญินจะค่อนข้างจำกัดแต่เราสามารถพิสูจน์ว่าเหล่าญินเคยมีศาสนทูตที่เป็นญินก่อนการสร้างนบีอาดัมโดยอาศัยเหตุผลต่อไปนี้:1. เหล่าญินล้วนมีหน้าที่ทางศาสนาเฉกเช่นมนุษย์เราแน่นอนว่าหน้าที่ทางศาสนาย่อมเป็นผลต่อเนื่องจากการสั่งสอนศาสนาด้วยเหตุนี้จึงมั่นใจได้ว่าอัลลอฮ์ทรงเคยแต่งตั้งศาสนทูตสำหรับกลุ่มชนญินเพื่อการนี้2. เหล่าญินล้วนต้องเข้าสู่กระบวนการพิพากษาในวันกิยามะฮ์เฉกเช่นมนุษย์เราซึ่งโดยทั่วไปแล้วก่อนกระบวนการพิพากษาทุกกรณีจะต้องมีการชี้แจงข้อกฏหมายจนหมดข้อสงสัยเสียก่อนและการชี้แจงให้หมดข้อสงสัยคือหน้าที่ของบรรดาศาสนทูตนั่นเอง
  • เนื่องจากอัลลอฮฺทรงรอบรู้เหนือโลกและจักรวาล ฉะนั้น วัตถุประสงค์การทดสอบของอัลลอฮฺคืออะไร?
    25545 เทววิทยาดั้งเดิม
    ดังที่ปรากฏในคำถามว่าการทดสอบของอัลลอฮฺไม่ได้เพื่อการค้นหาสิ่งที่ยังไม่รู้เนื่องจากอัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงปรีชาญาณเหนือทุกสรรพสิ่งแต่อัลกุรอานหลายโองการและรายงานที่ตกมาถึงมือเรากล่าวว่าการทดสอบเป็นแบบฉบับหนึ่งและเป็นกฎเกณฑ์ของพระเจ้าที่วางอยู่บนแบบฉบับอื่นๆอันได้แก่การอบบรมสั่งสอนการชี้นำโดยรวมของพระเจ้าอัลลอฮฺ
  • ปีศาจ (ซาตาน) มาจากหมู่มะลาอิกะฮฺหรือญิน ?
    24697 การตีความ (ตัฟซีร)
    เกี่ยวกับคำถามที่ว่าชัยฎอนเป็นมะลาอิกะฮฺหรือญินมีมุมมองและทัศนะแตกต่างกันแหล่งที่มาของความขัดแย้งนี้เกิดจากเรื่องราวการสร้างนบีอาดัม (อ.) เนื่องจากเป็นคำสั่งของพระเจ้ามวลมะลาอิกะฮ์ทั้งหลายจึงได้กราบสุญูดอาดัมแต่ซาตานไม่ได้ก้มกราบบางคนกล่าวว่าชัยฎอน (อิบลิส) เป็นมะลาอิกะฮฺ, โดยอ้างเหตุผลว่าเนื่องจากโองการอัลกุรอานกล่าวละเว้น, อิบลิสไว้ในหมู่ของมะลาอิกะฮฺ (มะลาอิกะฮ์ทั้งหมดลดลงกราบยกเว้นอิบลิส) ดังนั้นอิบลิส
  • อายะฮ์ إِذا مَا اتَّقَوْا وَ آمَنُوا وَ عَمِلُوا الصَّالِحاتِ ثُمَّ اتَّقَوْا وَ آمَنُوا ثُمَّ اتَّقَوْا وَ أَحْسَنُوا وَ اللَّهُ یُحِبُّ الْمُحْسِنین การกล่าวซ้ำดังกล่าวมีจุดประสงค์ใด?
    24576 การตีความ (ตัฟซีร)
    ในแวดวงวิชาการมีความเห็นแตกต่างกันในเรื่องการย้ำคำว่าตักวาในโองการข้างต้นบ้างเชื่อว่ามีจุดประสงค์เพื่อให้เล็งเห็นความสำคัญของประเด็นเกี่ยวกับตักวาอีหม่านและอะมั้ลที่ศอลิห์
  • เมื่ออัลลอฮฺ มิทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลายจากสิ่งใดทั้งหมด, หมายความว่าอำนาจของพระองค์ได้ถ่ายโอนไปสู่วัตถุปัจจัยกระนั้นหรือ?
    22925 รหัสยทฤษฎี
    ใช่แล้ว การสร้างจากสิ่งไม่มีตัวตนมีความหมายตามกล่าวมา, เนื่องจากคำว่า ไม่มีตัวตน คือไม่มีอยู่ก่อนจนกระทั่งอัลลอฮฺ ทรงสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา รายงานฮะดีซก็กล่าวถึงประเด็นนี้ไว้เช่นกันว่า อำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า มีความเป็นหนึ่งเดียวกันกับคุณลักษณะอื่นของพระองค์ ซึ่งเกินเลยอำนาจความรอบรู้ของมนุษย์ เนื่องจากสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลายได้ถูกสร้างขึ้นมา จากสิ่งไม่มี ซึ่งตามความเป็นจริงแล้วสรรพสิ่งถูกสร้างทั้งหลาย เปรียบเสมือนภาพที่ถ่ายโอนอำนาจสัมบูรณ์ของพระเจ้า เราเรียกนิยามนี้ว่า “การสะท้อนภาพ”[1]ซึ่งในรายงานฮะดีซได้ใช้คำว่า “การเกิดขึ้นของคุณลักษณะ” : อัลลอฮฺ (ซบ.) ทรงเป็นพระผู้อภิบาลของเราที่มีความเป็นนิรันดร์ ความรอบรู้คือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีความรอบรู้อันใด การได้ยินคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการได้ยินใดๆ การมองเห็นคือ อาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีการมองเห็นอันใด อำนาจคืออาตมันของพระองค์ ขณะที่ไม่มีอำนาจอันใด และเนื่องจากพระองค์คือ ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งหลาย ทำให้สิ่งเหล่านั้นมีและเป็นไป ความรู้ของพระองค์ได้ปรากฏบนสิ่งถูกรู้จักทั้งหลาย การได้ยิน ได้ปรากฏบนสิ่งที่ได้ยินทั้งหลาย การมองเห็นได้ปรากฏบนสิ่งมองเห็น และอำนาจของพระองค์ ...